นายธนาวัฒน์ มาลาบุปผา  ซีอีโอ และ ผู้ร่วมก่อตั้ง ไพรซ์ซ่า และ ที่ปรึกษา และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย (สมาคมอีคอมเมิร์ซไทย) เปิดเผยกับ” เดลินิวส์” ถึงกรณีคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ออกประกาศแนวทางกำกับดูแลธุรกิจแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซว่า โดยรวมแล้วเชื่อว่าเป็นผลดีกับผู้ขายสินค้า หรือพ่อค้า แม่ค้าในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ อย่างไรก็ตามในบางประเด็นโดยเฉพาะในเรื่องการขึ้นค่าธรรมเนียม  ที่ระบุว่าการเรียกเก็ยค่าธรรมเนียม โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร   หรือ ค่าใช้จ่ายที่เป็นภาระเกินสมควรแก่คู่ค้า หรือไม่มีการแจ้งล่วงหน้าในระยะเวลาที่เหมาะสม นั้น กฎหมายไม่ได้ระบุว่า ห้ามแพลตฟอร์มขึ้นค่าธรรมเนียม มองว่าอย่างไรแพลตฟอร์มเขาก็ขึ้นค่าธรรมเนียมได้อยู่แล้ว เพียงแต่ต้องมีการสื่อสารล่วงหน้า เพราะฉะนั้นค่าธรรมเนียมก็น่าจะมีการปรับตัวขึ้นอยู่ดี

ส่วนในประเด็นเรื่องการใช้ “อัลกอริทึม” ในการดึงสินค้าบางตัวขึ้นมาให้คนเห็น หรือจำกัดการมองเห็น และไม่ได้ระบุว่าเป็นพื้นที่โฆษณา เชื่อว่าตรงนี้เป็นเรื่องที่ตรวจสอบยากเพราะเป็นอัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม เหมือน กูเกิลจะดึงอะไรขึ้นมาอันดับ 1 ,2 หรือ 3  หากให้ทางแพลตฟอร์มชี้แจงคงเป็นเรื่องยาก เพราะเป็นเรื่องของระบบหลังบ้านที่เลือก  คงไม่มีผลอะไร ต้องมีการคุยกันต่อระหว่างภาครัฐกับเอกชนผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม

นายธนาวัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องที่จะไม่ให้มีการบังคับให้ผู้ขายต้องใช้บริการขนส่งของแพลตฟอร์ม หรือผู้ให้บริการที่แพลตฟอร์มกำหนดเท่านั้น โดยที่ผู้ชายและผู้ซิ้อเลือกขนส่งเองไม่ได้นั้น ตรงนี้มองว่า ปัจจุบันการขนส่งแข่งขันกันด้วยเรื่อง ราคา หากเป็นให้ผู้ขาย และผู้ซื้อเลือกได้ จากขนส่งของแพลตฟอร์มเอง หรือ เอกชน อื่ยๆและภาครัฐ อย่าง ไปรษณีย์ไทย แน่นอนว่า ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ ก็ต้องเลือกขนส่งที่มีราคาบริการส่งแบบถูกสุด เพื่อประหยัดต้นทุนขนส่ง และเงินในกระเป๋า เป็นพฤติกรรมของผู้ซื้อ ถึงแม้จะออกกฎหมายมาบังคับหาเมผูกขาด ต้องเลือกเองได้ แต่ราคาจะเป็นตัวกำหนดมากกว่า

“ มองว่ากฎหมายที่ออกมา บางประเด็นอาจจะยังไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด แต่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ดีกว่าที่ภาครัฐจะไม่ทำอะไรเลย แสดงว่าตอนนี้ภาครัฐเริ่มจับตาดูอย่างใกล้ชิดแล้ว ทางแพลตฟอร์มจากต่างชาติ ต้องเริ่มทำอะไรโดยเกรงใจ ผู้ประกอบการไทยบ้าง เช่น เรื่องค่าธรรมเนียมคิดจะขึ้นก็ขึ้นทันทีโดยไม่มีเหตุผล ไม่แจงต้นทุน หรือไม่แจ้งล่วงหน้า ฯลฯ  หลังการบังคับใช้คิดว่าก็คงต้องมาปรับ มาดู เพื่อให้มีความชัดเจน และเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไทยให้มากที่สุดต่อไป” นายธนาวัฒน์ กล่าว