เมื่อวันที่ 30 มี.ค. นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยว่า ขบ. เตรียมเสนอนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ขอปรับขึ้นค่าโดยสารรถขนส่งสาธารณะ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถอยู่รอดได้ โดยจะเป็นการปรับในลักษณะขั้นบันได ขยับขึ้น 5 สตางค์ต่อกิโลเมตร(กม.) หรือคิดเป็นระยะทาง 100 กม. เพิ่มขึ้น 5 บาท, 200 กม. เพิ่มขึ้น 10บาท, และ 300 กม. เพิ่มขึ้น 15 บาท ระยะทาง 400กม. ปรับขึ้น 20 บาท เพื่อให้การปรับราคาเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป และไม่กระทบต่อประชาชนมากเกินไป

นายสรพงศ์ กล่าวต่อว่า ในเบื้องต้นยังไม่ได้พิจารณาว่าจะให้ปรับเพิ่มค่าโดยสารขึ้นเมื่อใด ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 ขบ. ร่วมกับบริษัท ขนส่ง จำกัด(บขส.) ยังคงให้ตรึงค่าโดยสารไว้ในระดับเดิมจนถึงวันที่ 19 เม.ย.2569 เพื่อบรรเทาค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับประชาชน จากนั้นจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งว่าจะให้ปรับขึ้นค่าโดยสารหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขบ. จะนำเงินจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน(กปถ.) เข้ามาชดเชยส่วนต่างราคาที่ควรจะขยับขึ้นให้แก่ผู้ประกอบการ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำเงินกองทุน กปถ. มาใช้ในลักษณะนี้ โดยมีวัตถุประสงค์แฝง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และหันมาใช้บริการรถโดยสารสาธารณะแทน ซึ่งจะช่วยลดจำนวนอุบัติเหตุบนท้องถนนได้โดยตรง
นายสรพงศ์ กล่าวอีกว่า ขบ. ประเมินเบื้องต้นว่าส่วนต่างที่ต้องชดเชย จะอยู่ที่ประมาณ 20บาทต่อที่นั่ง หากประเมินจากจำนวนผู้โดยสารช่วงเทศกาลสงกรานต์ ในช่วงหนาแน่นที่สุด (Peak) ผู้โดยสารจะอยู่ที่ประมาณ 1.5-1.8 แสนคนต่อวัน จะใช้เงินชดเชยสูงสุดเพียงวันละประมาณ 3 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนวันปกติที่คนเดินทางน้อยลง งบประมาณที่ใช้ก็จะลดหลั่นลงตามลำดับ คาดว่าภาพรวมจะใช้เงินไม่มากนัก แต่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และสามารถบริหารจัดการได้ภายในกรอบกองทุนฯ ที่มีอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้กระทรวงคมนาคมเตรียมมาตรการเชิงรุก เพื่อลดต้นทุน และเพิ่มสภาพคล่องให้กับภาคการขนส่ง โดยจะชดเชยส่วนต่างราคาน้ำมัน ให้แก่ผู้ให้บริการ 4 กลุ่มหลัก แยกตามประเภท ดังนี้ รถบรรทุกไม่ประจำทางตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป 287,175 คัน สนับสนุนน้ำมัน 6 บาท/ลิตร, รถโดยสารสาธารณะขนาดใหญ่ (บขส./รถร่วมฯ) หมวด 2 และ 3 จำนวน 11,395 คัน สนับสนุนน้ำมัน 4 บาท/ลิตร, รถโดยสารขนาดเล็ก (รถสองแถว/ตู้) หมวด 4 จำนวน 19,414 คัน สนับสนุน 300 บาท/คัน/วัน และรถจักรยานยนต์รับจ้าง , ไรเดอร์ 114,653 คัน สนับสนุน 300 บาท/คัน/เดือน ซึ่งจะเริ่มสนับสนุนตามมาตรการดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 เม.ย. 2569 โดยจะคำนวณเงินชดเชยตามการใช้งานจริงผ่านระบบ GPS และแอปพลิเคชัน ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณา.



