กลายเป็นประเด็นที่สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก เมื่อมีการเปิดเผยถึงขบวนการลักลอบค้าแมลงข้ามชาติที่ทำกำไรมหาศาล

เจ้าหน้าที่สนามบินนานาชาติไนโรบี ประเทศเคนยา สามารถสกัดจับชายชาวจีนวัย 20 ปีที่พยายามลักลอบนำ “มดราชินีเก็บเกี่ยว” (Harvester Ant) ที่มีชีวิตกว่า 2,200 ตัว ซุกซ่อนในหลอดทดลอง และกระดาษทิชชู่ภายในกระเป๋าเดินทาง เพื่อมุ่งหน้าไปยังประเทศจีน โดยมดเหล่านี้มีถิ่นกำเนิดในแถบแอฟริกาตะวันออก เช่น เคนยา เอธิโอเปีย และแทนซาเนีย

เหตุผลสำคัญที่ทำให้มดตัวจิ๋วเหล่านี้กลายเป็นสินค้าล้ำค่า มาจากกระแสความนิยมในกลุ่มนักสะสมสัตว์เลี้ยงแปลกหายากในจีน รวมถึงความเชื่อดั้งเดิมในตำรับยาจีนโบราณ โดยหนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ (SCMP) ระบุว่า มดเก็บเกี่ยวเหล่านี้ถูกซื้อขายในตลาดมืดสูงถึงตัวละประมาณ 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,500 – 3,800 บาท) ซึ่งถือเป็นราคาที่สูงลิ่วเมื่อเทียบกับขนาดตัว นอกจากความสวยงามแปลกตาแล้ว วงการแพทย์แผนจีนยังเชื่อว่า มดบางชนิดมีสรรพคุณในการรักษาโรคข้ออักเสบ โรคหลอดเลือดสมอง และอาการหลอดลมอักเสบ ทำให้ความต้องการในตลาดจีนพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ศาสตราจารย์แองกัส เนิร์ส จากมหาวิทยาลัยแองเกลีย รัสกิน วิเคราะห์ว่าสาเหตุที่ขบวนการลักลอบหันมาสนใจแมลงมากขึ้น เนื่องจากกฎหมายควบคุมการค้าสัตว์ป่าขนาดใหญ่มีความเข้มงวดสูง การลักลอบขนแมลงจึงเป็นช่องทางที่ทำกำไรได้งาม แต่มีความเสี่ยงในการถูกจับกุมค่อนข้างต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม ทางการเคนยาได้ยกระดับการปราบปรามอย่างเข้มงวด หลังจากพบความพยายามลักลอบขนมดออกนอกประเทศหลายครั้งในปีที่ผ่านมา รวมถึงกรณีชาวเวียดนามที่ถูกจับพร้อมมดกว่า 5,000 ตัว


เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงมูลค่ามหาศาลในตลาดมืดของสัตว์แปลก แต่ยังก่อให้เกิดความกังวลอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศ เนื่องจากมดเป็นตัวแปรสำคัญในห่วงโซ่อาหาร และการกระจายเมล็ดพันธุ์ในธรรมชาติ การสูญเสียมดจำนวนมหาศาลจากถิ่นที่อยู่เดิม หรือการหลุดรอดของมดข้ามถิ่นฐานไปยังประเทศปลายทาง อาจนำไปสู่ปัญหาสิ่งแวดล้อม และภัยคุกคามต่อความหลากหลายทางชีวภาพในระดับนานาชาติที่ยากจะแก้ไข.

ที่มาและภาพ : insight korea, kws