เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา โฆษกศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าว ศบก. หลังมีการปรับรูปแบบแถลง ว่า สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ตามการรายงานของกระทรวงการต่างประเทศ ยังตึงเครียดต่อเนื่อง และยกระดับความตึงเครียดมากขึ้น เนื่องจากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อกระทรวงการต่างประเทศสามารถเจรจาให้เรือไทยผ่านได้ แต่ขณะนี้เกิดความเสี่ยงบริเวณช่องแคบบับเอลมันเดบ ที่ทะเลแดง ซึ่งเป็นช่องทางขนส่งสินค้า และน้ำมันที่สำคัญของภูมิภาค จึงเกิดฉากทัศน์หรือสถานการณ์สมมุติ 3 แบบ ในการเตรียมพร้อมเรื่องของสถานการณ์น้ำมัน คือ ระยะ 1 การเดินเรือช้าลงหรือน้อยลงโดยใช้เวลา 1 เดือน ในการผ่านช่องแคบ แต่ยังสามารถนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางได้ ระยะ 2 หากปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่มีแนวโน้มกินเวลาเกิน 1 เดือน แต่การผลิตยังสามารถรองรับได้ในระดับ 1 และระยะ 3 ในกรณีที่ไม่สามารถนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางได้ทั้งหมด โดยปิดช่องแคบทั้ง 2 แห่ง ซึ่งเป็นความเสี่ยงสูงสุด ซึ่งขณะนี้สถานการณ์อยู่ในระยะ 2 เข้า 2.5 คือ ยังไม่สามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้ภายใน 1 เดือน และโรงกลั่นขณะนี้ยังอยู่ในภาวะโอเวอร์โหลด ผลิตได้ 109-110% โดยกระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างขยับมาตรการเป็นระยะ โดยยืนยันว่า มีการเตรียมมาตรการเพื่อความพร้อมรองรับหาก หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยกระดับเพิ่มขึ้น  

น.ส.ณัฏฐา กล่าวว่า หลายประเทศได้ออกมาตรการมาเพื่อช่วยเหลือ และบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นในประเทศ อาทิ เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ ในส่วนของประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ ได้ลงตรวจสถานประกอบการเพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าอย่างไม่เป็นธรรม โดยวันที่ 1 เม.ย. นี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ จะเปิดตัว “โครงการไทยช่วยไทย” ให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือประชาชนในการจำหน่ายสินค้าราคาถูก ส่วนคำถามว่าจะมีมาตรการใช้รถยนต์ส่วนตัวเหมือนเกาหลีใต้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์จะเป็นอย่างไร โดยต้องดูสถานการณ์สมมติที่เลวร้ายที่สุด 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดจึงมีการประกาศขึ้นราคาน้ำมัน 4 ทุ่มอีกครั้ง และประชาชนจะต้องเจอสถานการณ์เช่นนี้ต่อไปอีกหรือไม่ น.ส.ณัฏฐา ย้อนถามว่า ไม่ทราบว่าใครคอนเฟิร์มว่าจะไม่ขึ้นกลางคืน และตามหลักเห็นด้วยว่าไม่ควรประกาศราคาล่วงหน้า เพราะไม่ต้องการให้เกิดการกักตุน และน้ำมันขาดหน้าปั๊มในอดีตอาจบอกราคาล่วงหน้า เพราะไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤติจึงไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องไปตุน แต่วันนี้ถ้าบอกล่วงหน้าก็จะเจอแบบสถานการณ์ที่ผ่านมา และจากนี้อาจจะเจอการขึ้นน้ำมันเรื่อยๆ แบบนี้ ทั้งนี้การไม่ประกาศก่อนจะไปลดความพยายามกักตุนและลักลอบส่งออก เนื่องจากราคาหน้าปั๊มต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่ติดกับเราทั้งหมด และต้องบอกว่าถ้ายังเป็นกลุ่มที่มีกำลังอยู่ความช่วยเหลืออาจจะยังไม่ถึง โดยจะช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางก่อน  

“สำหรับข้อสงสัยเรื่องการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ยังมาไม่ถึงนั้น เพราะยังอยู่ในช่วงสุญญากาศระหว่างรอยต่อของรัฐบาลใหม่ และรัฐบาลเก่า รัฐบาลใหม่ยังประชุมไม่ได้ ดังนั้นการขออนุมัติจึงต้องรอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อน โดยต้องรอจนกว่าจะมีการแถลงนโยบายให้เสร็จสิ้น หลังจากนั้นรับรองว่าจะเร็ว และรัฐบาลอนุทิน ขึ้นชื่อเรื่องความไวเวลาจะอนุมัติ และตนจะเป็นหนึ่งเสียงที่ไปเร่งด้วย เพราะนายกฯ บอกว่าถ้ามีอะไรจากประชาชนให้แจ้ง ศบก. ด้วย” น.ส.นัฏฐา กล่าว