นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยหลังหารือร่วมกับประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้แทนภาคเอกชน 15 กลุ่มธุรกิจเพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชนในฐานะทีมไทยแลนด์รับมือวิกฤติเศรษฐกิจโลก เพื่อรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงบริบทโลกที่เปลี่ยนไป ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การแบ่งขั้วเศรษฐกิจ และมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศจากสหรัฐอเมริกาและจีน อีกทั้งไทยยังเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้าง อาทิ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การลดลงของผู้ประกอบการ สังคมสูงวัย
ทั้งนี้ ในส่วนกระทรวงพาณิชย์กำลังเร่งเจรจาความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-สหภาพยุโรป ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจารอบที่ 8 และคาดว่าจะเหลือประเด็นสำคัญประมาณ 20-30% เพื่อให้สรุปผลได้โดยเร็ว พร้อมกับการยกระดับการรักษาตลาดเดิม และบุกตลาดใหม่ที่เป็นตลาดเชิงยุทธศาสตร์สำคัญ ทั้งอินเดีย ลาตินอเมริกา แอฟริกา ตะวันออกกลาง รัสเซียและเอเชียกลาง นอกจากนี้ จะผลักดันการสร้างความมั่นคงทางอาหาร การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรผ่านการแปรรูป การพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตควบคู่กับเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านอาหาร
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดยุทธศาสตร์การค้าไทยบน 4 เสาหลัก ได้แก่ 1.การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน มุ่งสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง 2.การสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ 3.การกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะสู่เอสเอ็มอีและชุมชน 4.การปรับตัวอย่างรวดเร็วต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก และผลักดันการทำงานในรูปแบบการบูรณาการที่ทุกหน่วยงานจะต้องมุ่งเป้าไปที่เป้าหมายเดียวกัน และทำงานอย่างสอดประสาน
ด้านภาคเอกชน โดยสมาคม 15 กลุ่มการค้า ได้สะท้อนข้อเสนอสำคัญต่อภาครัฐ อาทิ การบริหารจัดการสินค้านำเข้า การขยายตลาดใหม่ การส่งเสริมการจับคู่ธุรกิจ การพัฒนาทักษะแรงงาน การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี รวมถึงการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ



