“เดอะตุ๊ก” นาวาอากาศเอกปิยะพงษ์ ผิวอ่อน สภากรรมการสมาคมบอลไทย กลับมาจัดรายการ “แตงโมลงปิยะพงษ์ยิง” อีกครั้ง หลังทีมชาติไทย เข้ารอบเอเชียนคัพ 2027 ชนะ เติร์กเมนิสถาน ได้ประตูชัยนาทีที่ 89

อดีตกองหน้าทีมชาติไทย ที่เคยพักการทำรายการไปยาว ตั้งแต่ดราม่าเปลี่ยนโค้ชช้างศึก กล่าวถึงสถานะตัวเองว่า บทบาทตนคือสภากรรมการ ส่วนอื่นแล้วแต่นายกสมาคมฯ มอบหมาย ไม่ได้เป็นฝ่ายเทคนิคแล้ว เรื่องจัดทีมของ แอนโธนี ฮัดสัน เฮดโค้ช นั้น ตนไม่รู้เรื่องมานานแล้ว แค่คาดการณ์ เพิ่มอรรถรส ตรงบ้าง ไม่ตรงบ้าง แต่จริงๆ ตนไม่รู้เรื่อง

ส่วนเรื่องโครงการการปั้นกองหน้านั้น มอบแผนการพัฒนาให้หมดแล้ว อยู่ที่ฝ่ายการศึกษาสมาคมฯ ที่จะเอาไปต่อยอด มอบไปแล้ว ประชุมไม่รู้กี่ครั้ง อยู่ที่เขาจะเอาไปพัฒนาอย่างไร

จากนั้น ปิยะพงษ์ กล่าวถึงเกมที่ไทยชนะเติร์กเมนิสถาน 2-1 เมื่อ 31 มี.ค. 69 ว่า ประหลาดใจการจัดตัว ที่เล่นหลัง 3 คน ซึ่งแทบทุกฝ่ายเดาผิดหมด สำหรับ มานูเอล ทอม เบียรห์ ที่ติดทีมมานั้น ตนไม่ห่วงเรื่องฝีมือ แต่ห่วงเรื่องแมตช์ฟิต และเล่นกับ ทรู แบงค็อก บางทีก็ไปเล่นแบ๊กขวาบ้าง เล่นไม่เต็มเกมบ้าง ขณะที่การจัดเซ็นเตอร์แบบ 3 คนนั้น ก็ตกใจเหมือนกัน เพราะไทยไม่ได้เล่นมานาน ส่วนการเอา กฤษดา กาแมน ไปเล่นเซ็นเตอร์ฝั่งขวา ไม่เซอร์ไพร้ส์ ขณะที่ นิโคลัส มิคเกลสัน จริงๆ กับสโมสรเล่นตรงนี้อยู่แล้ว ส่วน อนันต์ ยอดสังวาลย์ ที่เล่นหน้า ปกติพิงข้าง แล้วม้วน พอยืนหน้าเป้า ส่วนตัวคิดว่าประดักประเดิดไปหน่อย

เดอะตุ๊ก กล่าวอีกว่า เกมนี้ทีมไทยเน้นเข้ารอบ เน้นผลแข่งขัน จึงกดดัน เสมอไม่ได้ อยู่ที่ประสบการณ์ว่าใครจะสลัดได้ อย่าง ธีราทร บุญมาทัน ทำได้ อย่าง อนันต์ มีความไม่เป็นตัวเอง ตนเข้าใจ

“พอบอลต้องการผล ไม่ต้องเล่นดี เล่นสวย เล่นงาม แต่ต้องชนะเพื่อเข้ารอบ แล้วไปแก้ไขในระยะยาว ภาษาชาวบ้าน แก้ผ้าเอาหน้ารอด มีรูปแบบที่ดี ดีมั้ย…ดี แต่ต้องการเข้ารอบเท่านั้น ถ้าเล่นแบบนี้ครั้งต่อไป มันเล่นไม่ได้”

เดอะตุ๊ก กล่าว พร้อมระบุด้วยว่า สถานการณ์ที่เจาะไม่เข้า ต้องมีวิธีการเอาชนะ บอลสมัยนี้เล่นไม่ดี แต่ได้เซตพีซ ซึ่งเป็นแบบนั้นเยอะ แต่เมืองไทยขาดแบบนี้มานาน บอลกับเติร์กฯ ยังไงต้องชนะ ให้ผ่านไปก่อน นักวิเคราะห์ต้องเข้าใจ ความหมายคือต้องการเข้ารอบ ผลการแข่งขันสำคัญที่สุด เหนือกว่ารูปแบบการเล่น

จากนั้น ปิยะพงษ์ กล่าวถึงระบบทีม ระยะยาวต้องปรับ มีวิธีการมากกว่านี้ โดยเฉพาะการป้องกันด้านข้าง ป้องกันกลางอากาศ ป้องกันการโจมตี การเข้าทำ ทั้ง 2 ครึ่งไม่ดีเลย ครึ่งหลังไม่มีโอกาสเลย นอกจากโหม่ง ไม่มีส่องไกล จากนั้น “แตงโม” พงษ์พิสุทธิ์ ผิวอ่อน ลูกชายที่เป็นพิธีกร พยายามทำความเข้าใจกับแฟนบอลว่า เป็นการแสดงความเห็นในรายการ ไปบอกให้ทีมชาติไทยทำแบบที่ ปิยะพงษ์ พูดไม่ได้

เดอะตุ๊ก กล่าวว่า จะให้บอกอะไร เราได้แต่คาดการณ์ แล้วให้กำลังใจ ไม่ได้ด่า ให้ความรู้ ให้ช่องทาง จะให้ช่วย จะช่วยอะไร ที่ผ่านมาช่วยเป็นนักบอล เล่นทีมชาติ 20 ปี ทุกวันนี้ช่วยแบ่งเบาภาระให้คนอื่นถูกด่าน้อยก็ดีแล้ว “เราจุดพลุแล้วเขาก็ด่าผม มันไม่ใช่” ก่อนบอกว่า “มีคนติมา เราก็ปรับปรุง เมื่อก่อนเรียกพี่ตุ๊ก มาเรียกไอ้ตุ๊ก ไม่เป็นไร เรานำมาปรับตามข้อติติง”

ตอนท้าย ปิยะพงษ์ ที่เคยบอกว่า หากไทยไม่เข้ารอบเอเชียนคัพ จะลาออกจากสภากรรมการ พูดทีเล่นทีจริงว่า “นาทีที่ 80 ผมเดินไปที่รถแล้ว จะหยิบใบลาออก เตรียมไว้ก่อน”

“ขนมันลุกตั้งแต่เข้าสนาม เป็นนักบอลยังไม่ลุ้นขนาดนี้ เตะก็ไม่เตะ ไม่เกี่ยวอะไรทั้งสิ้นเลย เอาขี้หมามากอง รับไว้ก่อน”

“เบื้องหลังอีก 5 ปีค่อยเล่า ตอนนี้ยังไม่สมควรจะเล่า มีเบื้องหลังเดี๋ยวค่อยเล่า ตอนนี้ยอมรับไปก่อน ตลกๆ เดี๋ยวจะเล่าให้มันด้วย ตอนนี้ขอเก็บเป็นความลับก่อน กลืนไว้คนเดียว ยอมตายคนเดียว”

เดอะตุ๊ก ยังกล่าวถึงเกม ช้างศึก ชนะ เติร์กฯ ว่า “เป็นชัยชนะที่ต้องแก้ไขทั้งหมด เพียงแต่ว่าเราเข้ารอบ แต่เป็นชัยชนะที่ต้องแก้ไข ทั้งระบบ วิธีการเล่น ถ้าเล่นแบบนี้สลบ ไประดับเอเชียไม่ได้ ไปเอเชียนคัพไม่ได้ คุณต้องเปลี่ยน นั่นเป็นหน้าที่ของโค้ช แต่เรามองว่าแค่นี้ไม่พอ ฉะนั้นเป็นชัยชนะที่ต้องแก้ไข แก้ไขก็มีเยอะ ไม่รู้กี่หัวข้อ คนที่รับผิดชอบคงรู้ เป็น 10 ข้อ มีแยะเลย”