กรณี “ฉก.ป.ป.ช.อันดามัน” ลงพื้นที่แบบซุ่มเงียบ สังเกตการณ์การจัดเก็บรายได้ของ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ บริเวณจุดจัดเก็บอ่าวมาหยา และเกาะไผ่ พบการนับยอดจำนวนนักท่องเที่ยว ยังคงใช้เจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ ซึ่งเป็นลูกจ้าง ยืนนับแล้วจดใส่ฝ่ามือด้วยปากกา พบเสี่ยงเงินสูญหาย ความผิดพลาดในการนับ พร้อมร้องขอให้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งแก้ปัญหา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
งามไส้! ป.ป.ช.บุกฟ้าแลบ ‘อ่าวมาหยา’ เจอเจ้าหน้าที่เก็บเงินนักท่องเที่ยวจดใส่ฝ่ามือ
เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ 3 เม.ย. นายแสงสุรี ซองทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ชี้แจงว่า ปัจจุบัน อุทยานฯ มีขั้นตอนจัดเก็บเงินรายได้ เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวบริเวณอ่าวมาหยา จะต้องผ่านการตรวจนับจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ บริเวณท่าเทียบเรือลอยน้ำ อ่าวโล๊ะซามะ ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวทุกคนผ่าน โดยเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจนับขณะนักท่องเที่ยวลงจากเรือ โดยการนับจะแบ่งนักท่องเที่ยวออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ นักท่องเที่ยวชาวไทย และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจนับจะทำการแยกนับเด็กและผู้ใหญ่ รวมถึงแจ้งข้อมูลสำคัญอื่นๆ เช่น ชื่อไกด์ ชื่อเรือ บริษัทเรือ เป็นต้น และแจ้งทางวิทยุสื่อสาร เนื่องจากเป็นวิธีที่เร็ว และได้ยินทั่วกัน และเจ้าหน้าที่ประจำจุดจัดเก็บจะทำการจดบันทึกเพื่อตรวจสอบกับผู้แจ้งจำนวน

จากนั้นเมื่อมัคคุเทศก์หรือผู้ที่บริษัทมอบหมาย เดินเข้ามายังพื้นที่อ่าวมาหยา จะพบกับจุดที่ 2 คือจุดจัดเก็บเงินรายได้ และจะต้องแจ้งจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดและแสดงหลักฐานการชำระ กรณีที่มีการชำระค่าบริการมาแล้ว จากนั้นเจ้าหน้าที่ประจำจุดจัดเก็บเงินรายได้จะทำการตรวจเช็กจากข้อมูลที่ได้จากจุดที่ 1 (จุดตรวจนับ) ว่าตรงกันหรือไม่ กรณีตรวจสอบแล้ว พบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่เจ้าหน้าที่นับได้ และผู้แจ้งจำนวนตรงกันแล้ว ก็จะทำการตรวจสอบค่าบัตรบริการหรือใบเสร็จที่มีการซื้อผ่านระบบ E-ticket กรณีมีความถูกต้องตามจำนวนนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ก็จะทำการฉีกหางบัตร/สแกน QR code พร้อมลงลายมือชื่อและเลือกเข้าพื้นที่แล้วในระบบ

หากพบว่าหลักฐานการชำระมีไม่ครบตามจำนวนที่นักท่องเที่ยวมาจริง จะทำการให้ผู้แจ้งซื้อบัตรบริการเพิ่มเติม กรณีที่พบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่เจ้าหน้าที่นับกับจำนวนที่ผู้แจ้งแจ้งไม่ตรงกัน เจ้าหน้าที่จะให้ผู้แจ้งนำหลักฐานรายชื่อนักท่องเที่ยวมาแสดง หากยังไม่สิ้นสงสัย เจ้าหน้าที่จะทำการนับใหม่อีกครั้งขณะขึ้นเรือ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะยึดจำนวนที่เจ้าหน้าที่นับเป็นหลัก เมื่อนักท่องเที่ยวออกจากแหล่งท่องเที่ยวอ่าวมาหยาแล้ว และนักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวยังแหล่งอื่นที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จะพบกับจุดตรวจนับ และจุดจัดเก็บสำหรับตรวจเช็กอีกครั้ง

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการจัดเก็บเงินได้ และได้ปฏิบัติตามระเบียบกรมอุทยานฯ ว่าด้วยการนำส่ง การเก็บรักษา และการใช้จ่ายเงินเพื่อการอนุรักษ์ฯ พ.ศ. 2564 รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำจากคณะตรวจสอบการจัดเก็บเงินรายได้จากหน่วยงานตรวจสอบมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับยอดที่จัดเก็บได้ ระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 68-วันที่ 31 มี.ค. 69 รวม 394,884,809 บาท.



