แม้การใช้ไฟฟ้าในชีวิตประจำวันจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า เปิดเครื่องปรับอากาศ หรือชาร์จอุปกรณ์สื่อสาร แต่เบื้องหลังของกระแสไฟฟ้าที่ส่งถึงบ้านเรือนประชาชน และภาคธุรกิจนั้น แท้จริงแล้วมีระบบบริหารจัดการกำลังผลิตไฟฟ้าที่ซับซ้อนและต้องดำเนินการอย่างรอ
หนึ่งในกลไกสำคัญของระบบไฟฟ้าคือ “Merit Order” หรือหลักการจัดลำดับการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า ซึ่งเป็นแนวทางที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในระบบไฟฟ้าของหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย เพื่อให้การผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และมีต้นทุนที่เหมาะสมที่สุด
Merit Order คือ หลักการจัดลำดับโรงไฟฟ้าที่จะผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบ โดยเรียงตาม ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยจากต่ำไปสูง หรือที่เรียกว่า Marginal Cost เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าในแต่ละช่วงเวลาได้ด้วยต้นทุนรวมที่เหมาะสมที่สุดในทางปฏิบัติ ศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าจะประเมินความต้องการใช้ไฟฟ้าในแต่ละวัน และกำหนดการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าตามลำดับต้นทุนการผลิต ซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก
1.พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังน้ำ โดยแหล่งพลังงานเหล่านี้มักถูกเรียกใช้ก่อน เนื่องจากไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง จึงมีต้นทุนการผลิตต่อหน่วยต่ำ ระบบจึงพยายามใช้พลังงานจากแหล่งนี้ให้มากที่สุดก่อน
2.โรงไฟฟ้าฐาน หากกำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียนไม่เพียงพอ ระบบจะเรียกใช้โรงไฟฟ้าที่สามารถเดินเครื่องได้อย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ เช่น โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ หรือโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งทำหน้าที่เป็นกำลังหลักของระบบไฟฟ้า
3.โรงไฟฟ้าสำหรับช่วงพีค (Peaking Plant) ซึ่งจะถูกเรียกใช้ในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูง เช่น วันที่อากาศร้อนจัด หรือช่วงหัวค่ำ โดยมักเป็นโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนเชื้อเพลิงสูงกว่า เช่น โรงไฟฟ้าที่ใช้น้ำมันดีเซล เพื่อเสริมกำลังผลิตชั่วคราว
กลไก Merit Order ทำให้เห็นว่า หากระบบไฟฟ้ามีสัดส่วน พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น โรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนเชื้อเพลิงสูงจะถูกเรียกใช้น้อยลง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าโดยรวมของระบบมีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ตาม พลังงานหมุนเวียนยังมีข้อจำกัดด้าน ความผันผวนของแหล่งพลังงาน เนื่องจากการผลิตไฟฟ้าขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ เช่น แสงแดดหรือความเร็วลม ดังนั้น ระบบไฟฟ้าจึงยังจำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าที่สามารถเดินเครื่องได้อย่างต่อเนื่อง เช่น โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ เพื่อสำรองกำลังผลิตและรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า


