เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ซึ่งมีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวอภิปรายตอนหนึ่งว่า ครม.รับปากและยืนยันต่อสภา คือ หลัก 3 ประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยึดมั่นหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม การบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาลเพื่อประโยชน์ของประชาชน ในข้อดังกล่าวครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งตนมีมิติที่อยากซักถาม คือ การแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามหลักการ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เพื่อนำสันติสุขอย่างยั่งยืนกลับคืนสู่พื้นที่ โดยไม่มีโครงสร้างหรือบริบทที่เห็นได้
พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีคำถามมากกว่าคำตอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ความไม่สงบ เมื่อใดจะจบ และสิ่งที่ตนอยากถามนายกรัฐมนตรีว่าเหตุการณ์ลอบสังหารนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ และพวก เมื่อช่วงดึกของวันที่ 20 มี.ค.2569 ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากการโหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี โดยได้รับสิ่งตอบแทนคือปืนสงคราม 2 กระบอกยิงรถของนายกมลศักดิ์ที่กำลังเลี้ยวเข้าบ้าน จำนวน 33 นัด จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ สามารถจับกุมผู้กระทำผิดและออกหมายจับ
“สิ่งที่น่าตกใจ คือรถยนต์กระบะที่ใช้ในวันก่อเหตุ มีผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ สำนักนายกรัฐมนตรี กอ.รมน. นี่คืออะไร ที่บอกว่าการแก้ปัญหาภาคใต้ แก้ด้วย กอ.รมน.ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการ สิ่งที่อยากเรียกร้องคือตอนนี้สังคมคิดว่าทำไม กอ.รมน.ปล่อยให้นำรถไปเข่นฆ่า สส.กมลศักดิ์กับพวก และยานพาหนะมีระดับ นาวาเอก ลงนามอนุมัติ การดำเนินการกับคนอื่น ใช้กฎอัยการศึก นำคนซักถาม 7 วัน แต่คนที่อนุญาตให้นำรถไป เห็นเหตุการณ์ไม่เคยมาพอ และเป็นทหาร จึงเป็นคำถามต่อนายกฯ และขอให้แสดงความชัดเจน ผู้ใช้ ผู้จ้างวาน ไม่ว่าเป็นใคร ต้องทำให้ปรากฏ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นจุดวัดหลักนิติธรรม” พ.ต.อ.ทวี กล่าว



