บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เปิดแผนรับมือวิกฤตพลังงานโลก โดย ‘จริยา จิราธิวัฒน์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายความยั่งยืน กล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและสงครามที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพพลังงานทั่วโลก บริษัทจึงเร่งยกระดับการบริหารจัดการพลังงานตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ เพื่อลดความเสี่ยงและเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาว

CRC เดินหน้าติดตั้งโซลาร์เซลล์แล้ว 181 แห่ง ณ ปี 2568 สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 204,818 เมกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี คิดเป็น 23% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ 102,389 ตันต่อปี พร้อมวางแผนขยายเพิ่มอีก 18 สาขาในปี 2569 กำลังผลิตรวม 12.2 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ยังติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) มากกว่า 450 จุด เพื่อรองรับการใช้พลังงานทางเลือก

ใช้ระบบอัจฉริยะ คุมพลังงานแบบเรียลไทม์

บริษัทนำระบบควบคุมเครื่องทำความเย็น ชิลเลอร์ แพลนต์ แมเนเจอร์ ซิสเต็ม (Chiller Plant Manager System-CPMS) และระบบเอนเนอร์จี แมเนจเมนต์ อินฟอร์เมชัน ซิสเต็ม (Energy Management Information System-EMIS) มาใช้ในศูนย์การค้า 15 แห่ง ทั้งในไทยและเวียดนาม เพื่อช่วยติดตามการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ ทำให้มองเห็นจุดที่ใช้พลังงานเกินความจำเป็น และสามารถแก้ไขได้ทันที ลดการสูญเสียโดยไม่จำเป็น

ปรับขนส่ง-คลังสินค้า

ในด้านโลจิสติกส์ CRC เปลี่ยนมาใช้รถขนส่งและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รวม 144 คัน ช่วยลดการใช้น้ำมันดีเซลได้ถึง 1,023,209 ลิตรต่อปี พร้อมเปลี่ยนรถยกสินค้าในคลังเป็นระบบไฟฟ้า แทนการใช้ก๊าซแอลพีจี (LPG) เพื่อลดทั้งมลพิษและต้นทุน นอกจากนี้ยังยกระดับศูนย์กระจายสินค้าให้ได้มาตรฐานไอเอสโอ 50001 (ISO 50001) ส่งผลให้ปี 2568 สามารถลดการใช้พลังงานได้มากกว่า 5% และตั้งเป้าลดต่อเนื่องมากกว่า 2% ต่อปีในระยะถัดไป

จัดการน้ำ-เชื่อมคู่ค้า

ด้านการใช้น้ำ บริษัทติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดน้ำในศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ 9 สาขา ช่วยลดการใช้น้ำได้ 3,000 ลิตรต่อเดือนต่อสาขา พร้อมนำน้ำที่ผ่านการใช้งานแล้วกลับมารีไซเคิลใช้ใหม่ เช่น ในระบบรดน้ำต้นไม้และสุขภัณฑ์ รวมถึงมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอ ขณะเดียวกัน ยังทำงานร่วมกับคู่ค้าผ่านโครงการซีอาร์ซี ซัพพลายเชน เน็ตเวิร์กกิ้ง (CRC Supply Chain Networking) เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางด้านอีเอสจี (ESG) และยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนไปพร้อมกัน อีกทั้งร่วมรณรงค์เอิร์ธอาวร์ (Earth Hour) ซึ่งช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้มากกว่า 0.12 ล้านหน่วยต่อปี

ช่วยลดภาระค่าครองชีพ

นอกจากการปรับตัวภายในองค์กร CRC ยังออกมาตรการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้บริโภค โดยสนับสนุนสินค้าประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ผ่านแบรนด์ในเครือ พร้อมจัดโปรแกรมแบ่งชำระเพื่อลดภาระเงินก้อน รวมถึงให้บริการตรวจเช็กรถยนต์ฟรี 38 รายการ ผ่านศูนย์ออโต้ วัน (Auto 1) เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง

ขณะเดียวกัน บริษัทยังเข้าร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ’ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยนำสินค้ากว่า 2,300 รายการมาจำหน่ายในราคาพิเศษ และร่วมกับร้านค้าในศูนย์การค้า ลดราคาสินค้าเพิ่มเติมอีกกว่า 1,000 รายการ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถรับมือกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นได้

“บริษัทจะเดินหน้าพัฒนาโครงการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการดูแลผู้บริโภคและคู่ค้า เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถปรับตัวและผ่านสถานการณ์พลังงานที่ผันผวนไปได้พร้อมกัน” จริยากล่าว