บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แนวคิดนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน หรือ ซัสเทนโนเวชัน (Sustainovation) โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ผ่านการใช้พลังงานสะอาด การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการพัฒนาสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่

ล่าสุด ‘ไข่ไก่เบญจาโอเมก้า 3’ ภายใต้แบรนด์ยูฟาร์ม ทั้งแบบแพ็ค 4 ฟอง และ 10 ฟอง ได้รับการรับรองฉลากเน็ตซีโรของผลิตภัณฑ์ (Net Zero Product) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ส่งผลให้ปัจจุบันซีพีเอฟมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์รวม 1,016 รายการ ฉลากลดโลกร้อนมากกว่า 151 รายการ ฉลากคาร์บอนนิวทรัล (Carbon Neutral) 4 รายการ และฉลากเน็ตซีโรของผลิตภัณฑ์ 4 รายการ

‘สมคิด วรรณลุกขี’ ผู้อำนวยการใหญ่ ธุรกิจไก่ไข่ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ไข่ไก่เบญจาโอเมก้า 3 เป็นผลิตภัณฑ์แรกในกลุ่มไข่ไก่ของบริษัทที่ได้รับฉลากเน็ตซีโร โดยบริษัทให้ความสำคัญตั้งแต่ต้นทาง เริ่มจากการคัดเลือกวัตถุดิบในกลุ่มซูเปอร์ฟู้ดมาพัฒนาเป็นสูตรอาหารสัตว์ให้เหมาะกับแม่ไก่ในแต่ละช่วงวัย เพื่อให้ได้รับสารอาหารอย่างสมดุล ช่วยลดสารอาหารส่วนเกินที่กลายเป็นของเสีย เช่น การลดไนโตรเจนในมูลไก่ ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในฟาร์ม
ในกระบวนการผลิต ซีพีเอฟนำโมเดลกรีนฟาร์ม (Green Farm) มาใช้ โดยผสานเทคโนโลยีวิศวกรรมเข้ากับการบริหารจัดการทรัพยากรตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ เซอร์คูลาร์ อีโคโนมี (Circular Economy) เช่น การติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าจากภายนอก และการนำแนวคิดเวสต์ทูแวลู (Waste to Value) มาใช้จัดการของเสีย เช่น การนำเปลือกไข่ที่เสียหายไปผลิตเป็นสารปรับปรุงดิน รวมถึงการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์จากกระดาษรีไซเคิล
หลังจากลดการปล่อยคาร์บอนได้เต็มที่แล้ว บริษัทจึงชดเชยคาร์บอนในส่วนที่ยังหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผ่านการใช้คาร์บอนเครดิตจากโครงการปลูกป่า เพื่อให้ผลิตภัณฑ์สามารถบรรลุเป้าหมายเน็ตซีโร

ในด้านคุณภาพสินค้า ไข่ไก่เบญจาโอเมก้า 3 มีโอเมก้า 3 สูงกว่าไข่ทั่วไปประมาณ 5 เท่า และยังมีดีเอชเอ (DHA) วิตามินอี และไอโอดีน ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยดูแลสุขภาพ ขณะเดียวกัน กระบวนการเลี้ยงยังให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์ โดยใช้ระบบเคจฟรี (Cage Free) ที่ช่วยให้แม่ไก่เคลื่อนไหวได้อย่างเหมาะสม ควบคู่กับมาตรการไบโอซีเคียวริตี้ (Biosecurity) และไม่มีการใช้ฮอร์โมนหรือยาปฏิชีวนะตลอดการเลี้ยง
สมคิดกล่าวว่า การพัฒนาไข่ไก่เบญจาโอเมก้า 3 สู่การเป็นผลิตภัณฑ์เน็ตซีโร ชี้ให้เห็นว่าธุรกิจปศุสัตว์สามารถเติบโตควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมได้ โดยบริษัทไม่ได้มองเพียงผลประกอบการ แต่ยังให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางอาหารและความยั่งยืนในระยะยาว พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายเน็ตซีโรในปี 2050 ต่อไป



