เมื่อวันที่ 14 เม.ย. นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ครอบครัวเข้มแข็งเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างประชากรที่มีคุณภาพของประเทศ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความผูกพันและความอบอุ่นของคนในครอบครัว ควบคู่กับการมีสุขภาพดีของสมาชิก ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านรักษาพยาบาล นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของครัวเรือนได้ ดังนั้นทุกฝ่ายจึงให้ความสำคัญในการเสริมสร้างครอบครัวให้แข็งแกร่ง โดย สปสช. จัดสรรสิทธิประโยชน์สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคที่ครอบคลุมการดูแลทั้ง 5 กลุ่มวัย โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ดังนั้น เนื่องในวันที่ 14 เม.ย. นี้ ซึ่งเป็น “วันครอบครัว”
ทั้งนี้ สปสช. จึงขอเชิญชวนชักชวนสมาชิกในครอบครัวร่วมกันใช้สิทธิบัตรทอง เข้ารับบริการสร้างเสริมสุขภาพฯ ตามกลุ่มวัยดังนี้ 1. กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด อาทิ ทดสอบการตั้งครรภ์ ตรวจครรภ์และประเมินความเสี่ยง ตรวจครรภ์ด้วยอัลตราซาวด์ ตรวจเลือดคัดกรองภาวะซีด ซิฟิลิส เอชไอวี ตับอักเสบบี ธาลัสซีเมียและดาวน์ ตรวจปัสสาวะ ฉีดวัคซีนคอตีบและ บาดทะยัก วัคซีนไอกรน และวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ให้ยาบำรุงเสริมธาตุเหล็ก โฟลิกและไอโอดีน การให้ยาต้านไวรัสเอชไอวีเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากแม่สู่ลูก ตรวจช่องปากและฟัน ขัดและทำความสะอาดฟันรวมถึงการขูดหินน้ำลาย ประเมินสุขภาพจิต ตรวจหลังคลอดและคุมกำเนิด ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สมุดบันทึกสุขภาพ การคัดกรองธาลัสซีเมีย รวมทั้งการคัดกรองธาลัสซีเมียในคู่ของหญิงตั้งครรภ์
2. กลุ่มเด็กเล็กอายุ 0-5 ปี ฉีดวัคซีนป้องกันวัณโรค ตับอักเสบบี บาดทะยัก คอตีบ ไอกรน โปลิโอ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ อุจจาระร่วงจากเชื้อไวรัสโรต้า หัด หัดเยอรมัน คางทูม ไข้หวัดใหญ่และไข้สมองอักเสบเจอี ตรวจเลือดคัดกรองภาวะพร่องไทรอยด์(โรคเอ๋อ) โรคฟีนิลคีโตนูเรียและโรคทางพันธุกรรมเมตาบอลิก ภาวะซีด การติดเชื้อเอชไอวี ตรวจคัดกรองการได้ยิน ตรวจคัดกรองหัวใจพิการแต่กำเนิด ชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงเพื่อติดตามการเจริญเติบโต ตรวจคัดกรองพัฒนาการ ตรวจคัดกรองวัณโรค(กลุ่มเสี่ยง) ตรวจช่องปากและฟัน เคลือบฟลูออไรด์ การให้ยาไทรอกซินป้องกันภาวะพร่องไทรอยด์ ยาบำรุงเสริมธาตุเหล็ก ยาต้านไวรัสเอชไอวี สมุดบันทึกสุขภาพ/บันทึกพัฒนาการ และแว่นตาหากมีภาวะสายตาผิดปกติ
3. กลุ่มเด็กโตและวัยรุ่นอายุ 6-24 ปี ฉีดวัคซีนคอตีบ บาดทะยัก ฉีดวัคซีนเอชพีวีป้องกันมะเร็งปากมดลูก (สำหรับนักเรียนหญิง ป.5) ชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงเพื่อติดตามการเจริญเติบโต ตรวจเลือด คัดกรองภาวะซีด เอชไอวี ตรวจวัดความดันโลหิต ตรวจคัดกรองสายตาและการได้ยิน คัดกรองความเสี่ยงจากการสูบบุหรี่/สุรา/สารเสพติด ตรวจคัดกรองวัณโรค ตรวจช่องปากและฟัน เคลือบฟลูออไรด์และหลุมร่องฟัน การให้ยาบำรุงเสริมธาตุเหล็กและโฟลิก แว่นตาหากมีภาวะสายตาผิดปกติ (สำหรับอายุ 6-12 ปี หรือนักเรียน ป.1-ป.6) ป้องกันและแก้ไขการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นและตั้งครรภ์ไม่พร้อม คุมกำเนิด และให้คำปรึกษาแนะนำการป้องกันเอชไอวีหลังสัมผัส
4. กลุ่มผู้ใหญ่อายุ 25-59 ปี ฉีดวัคซีนคอตีบ บาดทะยัก ตรวจวัดความดันโลหิต ตรวจเลือดคัดกรองเบาหวาน เอชไอวี คัดกรองไวรัสตับอักเสบบี/ซี (เกิดก่อน พ.ศ. 2535) คัดกรองความเสี่ยงจากการสูบบุหรี่/สุรา/สารเสพติด คัดกรองปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ตรวจคัดกรองวัณโรค บริการตรวจสุขภาพช่องปาก บริการขัดและทำความสะอาดฟัน ตรวจมะเร็งช่องปาก ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม (40 ปีขึ้นไป) ตรวจคัดกรองการกลายพันธุ์ของยีนโรคมะเร็งเต้านม คัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจอุจจาระคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ (50 ปีขึ้นไป) เคลือบฟลูออไรด์ การให้ยาบำรุงเสริมธาตุเหล็กและโฟลิก ป้องกันและแก้ไขการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ คุมกำเนิด ยาคุมกำเนิด ให้ความรู้ตรวจเต้านมด้วยตนเอง และให้คำปรึกษาแนะนำการป้องกันเอชไอวีหลังสัมผัส
และ 5. กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ฉีดวัคซีนคอตีบ บาดทะยัก ตรวจประเมินความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน (ADL) ตรวจวัดดัชนีมวลกาย ความดันโลหิต ตรวจเลือดคัดกรองเบาหวาน เอชไอวี คัดกรองไวรัสตับอักเสบบี/ซี (เกิดก่อน พ.ศ. 2535) คัดกรองปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง คัดกรองโรคซึมเศร้า คัดกรองวัณโรค บริการตรวจสุขภาพช่องปาก บริการขัดและทำความสะอาดฟัน เคลือบฟลูออไรด์ ตรวจมะเร็งช่องปาก ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ตรวจคัดกรองการกลายพันธุ์ของยีนโรคมะเร็งเต้านม ตรวจอุจจาระคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ให้ความรู้ออกกำลังกายและฝึกสมองป้องกันโรคสมองเสื่อม ให้ความรู้ตรวจเต้านมด้วยตนเอง ตรวจวัดความดันโลหิตด้วยตนเองที่บ้าน และให้คำปรึกษาแนะนำการป้องกันเอชไอวีหลังสัมผัส
นพ.จเด็จ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีบริการสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 และสายด่วนสุขภาพจิต 1323 สำหรับทุกกลุ่มวัย และบริการวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ที่เป็นการดูแล 7 กลุ่มเสี่ยง ดังนี้ 1.หญิงตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป 2.เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี 3.ผู้ป่วยโรคเรื้อรังทุกกลุ่มอายุ(เบาหวาน ไตวาย หอบหืด ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หัวใจ หลอดเลือดสมอง และผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัด) 4.ผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป 5.ผู้พิการทางสมองช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ 6.ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องรวมถึงผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีอาการ และ 7.ผู้ที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 100 กิโลกรัม หรือดัชนีมวลกายตั้งแต่ 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร โดยในปีนี้จะเริ่มรณรงค์ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. เป็นต้นไป
“การรับบริการตามสิทธิประโยชน์ข้างต้นนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิใช้บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแต่ละกลุ่มวัยได้ที่แอปพลิเคชันเป๋าตัง เมนูกระเป๋าสุขภาพ และไลน์ สปสช. (พิมพ์ไลน์ไอดี @nhso) เลือกเมนูสิทธิตรวจสุขภาพฟรี หรือโทร 1330 หรือสอบถามหน่วยบริการประจำที่มีชื่อลงทะเบียนไว้ ทั้งนี้ เพื่อให้สมาชิกทุกคนในครอบครัวมีสุขภาพที่ดี” เลขาธิการ สปสช. กล่าว



