เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ สักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ และศาลตายายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเข้ารับตำแหน่งรองนายกฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นนางศุภจีให้สัมภาษณ์ภายหลังสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า ไม่ได้ขอพร แต่ตั้งสัจจะอธิษฐานว่าจะปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุดให้กับประเทศชาติและประชาชน เมื่อทำเต็มที่อย่างนั้นแล้ว ก็ขอให้ช่วยอํานวยพรให้ทำได้ตามที่ตั้งจิตอธิษฐานไว้

เมื่อถามว่าทำงานรอบนี้จะมีความกดดันมากกว่าการทำงานรอบแรกหรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า ก็เป็นธรรมดา เพราะช่วงนี้กำลังเผชิญหลายวิกฤติสอนวิกฤติ ก็คงจะต้องตั้งใจทำหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยจะมีการปรับรูปแบบการทำงาน ซึ่งได้ทราบกันแล้วตอนที่แถลงนโยบายรัฐบาล ว่าจะมีการทำงานเป็นคลัสเตอร์บูรณาการร่วมกันกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดการปัญหาแต่ละเรื่องให้มีประสิทธิภาพ ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ไปพร้อมกันให้ได้

เมื่อถามว่าการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 21 เม.ย. นี้ จะมีมาตรการเด่นอะไรจากกระทรวงพาณิชย์ออกมาหรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า มาตรการของกระทรวงพาณิชย์เรื่องแรก คือการดูแลค่าครองชีพประชาชน ซึ่งสิ่งที่เราพยายามอยู่คือเรื่องของสินค้าควบคุม สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ถ้ามีการขยับตัวของราคาก็ต้องเข้าไปควบคุมดูแล ให้เป็นไปตามกลไกที่เป็น กับประชาชนและผู้ประกอบการ รวมถึงโครงการไทยช่วยไทย ที่นำสินค้าราคาประหยัดมาขายให้กับประชาชน ขณะเดียวกันได้มีการขยับนำเอสเอ็มอีเข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อเป็นการส่งเสริมศักยภาพ ขณะที่เรื่องการส่งออกไปยังตะวันออกกลาง เรามีการส่งออกไป 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้มีการชะงัก เพราะเราส่งไปยากในบางพื้นที่ก็ต้องหาตลาดเพิ่มเติม แต่ยังคงพยายามอย่างยิ่ง เพื่อยังคงรายได้ของประเทศในช่วงวิกฤติแบบนี้

นางศุภจี กล่าวต่อว่า ในช่วงเวลา 13.00 น. วันเดียวกันนี้ ตนมีการประชุม 1 วงที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยวงประชุมแรกเชิญกระทรวงอุตสาหกรรม พูดคุยต่อเนื่องในเรื่องสถานการณ์เม็ดพลาสติก โดยจะเชิญผู้ประกอบการที่มีความรู้เรื่องการทำรีไซเคิลมาพูดคุยด้วย เพราะเราไม่ใช่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่จะมาทำโครงสร้างไว้สำหรับสถานการณ์ระยะยาว จากนั้นวงประชุมที่ 2 จะเชิญนางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ รมช.มหาดไทย มาประชุมหารือ ในเรื่องของการดูแลสินค้าอุปโภคบริโภค เพราะสิ่งสำคัญต้องกระจายสินค้าให้ทั่วถึง จึงต้องอาศัยในเรื่องของท้องถิ่นทั้งอำเภอและตำบลในการช่วยผลักดันเอสเอ็มอี

เมื่อถามถึงการตั้งทีมที่ปรึกษา จะสร้างความเชื่อมั่นได้อย่างไรบ้าง นางศุภจี กล่าวว่า ในมุมของมิติการทำงาน มันมีหลากหลายมิติ ในเรื่องของการส่งออกต้องเน้นเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเราได้มีการทำงานร่วมกันกับกระทรวงการต่างประเทศ เพราะภูมิรัฐศาสตร์กับภูมิเศรษฐศาสตร์ ต้องประสานกันไป เราต้องเข้าใจว่าตลาดไหนมีโอกาส ตลาดไหนควรระวังและต้องปรับตัวอย่างไร ฉะนั้นการที่เรามีที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญเฉพาะตรงนี้ ทั้งสหรัฐอเมริกา จีน ยุโรป และอินเดีย เราต้องมีที่ปรึกษาที่เป็นผู้เชี่ยวชาญหลากหลายเพื่อดูแลตรงนั้น ขณะที่อีกส่วนคือที่ปรึกษาของรองนายกฯ จะดูแลเรื่องสินค้าเกษตรภายในประเทศ เพื่อมาช่วยเติมนโยบาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนางศุภจี  ได้เดินมาเยี่ยมห้องทำงานสื่อมวลชน (รังนกกระจอก 2 และ 3) โดยพูดคุยถึงการทำงานของสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล พร้อมทั้งระบุว่า ตนยินดีรับฟังคำชี้แนะ และสื่อมวลชนสามารถเสนอคำแนะนำมาได้ หรือว่าถ้าอยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานก็สามารถส่งข้อความไปได้.