วันที่ 17 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพื้นที่อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ หลังเกิดพายุฝนตกลงมาในพื้นที่ ทำให้ “อึ่งอ่าง” ที่จำศีลอยู่ใต้ดินพากันออกมาหากินบนผิวดินเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ชาวบ้านต่างนำอุปกรณ์ เช่น ถุงปุ๋ย หมวก ไฟฉาย สวิง และไม้ไผ่ ออกตระเวนจับอึ่งอ่างตามชายป่าและหัวไร่ปลายนาอย่างคึกคัก
โดยชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า ช่วง “ฝนแรกของปี” มักเป็นสัญญาณให้อึ่งอ่างออกจากรูใต้ดินมาหาอาหารประเภทแมลงเม่า ซึ่งเป็นช่วงที่สามารถจับได้ง่าย และนิยมจับนำไปประกอบอาหารหลากหลายเมนู เช่น ต้มแซ่บใบมะขามอ่อน ย่าง ทอด ตำน้ำพริก หรือทำเป็นปลาร้าอึ่งไว้รับประทานภายในครอบครัว รวมถึงนำไปเป็นของฝากให้ลูกหลานที่เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์

สำหรับอึ่งอ่างที่พบในช่วงนี้ ส่วนใหญ่เป็นชนิดอึ่งยางข้างลายและอึ่งค้าว ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่ามีรสชาติหวานมัน เนื่องจากเป็นอึ่งที่เพิ่งออกจากรูและยังไม่ได้กินอาหารมากนัก ทำให้สามารถนำมาปรุงสุกและรับประทานได้ทั้งตัว ขณะที่บางส่วนหากจับได้จำนวนมากและเหลือจากการบริโภคในครัวเรือน ก็จะนำไปจำหน่ายในราคาประมาณกิโลกรัมละ 350-400 บาท สร้างรายได้เสริมให้กับชาวบ้านได้ราว 500-1,000 บาทในช่วงฤดูกาลดังกล่าว
ด้านนายวิศรุต เทพแพง อายุ 36 ปี ชาวบ้านตำบลโคกสะอาด อำเภอหนองบัวระเหว เปิดเผยว่า หลังจากฝนตกและมีแมลงเม่าออกมา ถือเป็นสัญญาณตามธรรมชาติที่ชาวบ้านรู้กันว่าจะมีอึ่งอ่างออกหากิน จึงออกมาหาจับตามหัวไร่ปลายนาของชาวบ้านใกล้เคียง โดยจะออกจับช่วงหัวค่ำและกลับก่อนดึก เนื่องจากอึ่งอ่างจะกลับเข้ารูในช่วงเวลาต่อมา

นายวิศรุตกล่าวเพิ่มเติมว่า อึ่งอ่างที่จับได้ในช่วงแรกของฤดูฝนถือว่ามีรสชาติอร่อยเป็นพิเศษ มีความมันและหวานตามธรรมชาติ นิยมนำไปต้มใส่ใบมะขามอ่อนรับประทานคู่กับน้ำพริกแจ่ว ซึ่งถือเป็นเมนูพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมในท้องถิ่นอย่างมากในช่วงฤดูกาลนี้



