สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ว่าประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส กล่าวว่า เกิดเหตุซุ่มโจมตีขบวนรถของกองกำลังชั่วคราวของสหประชาชาติในเลบานอน (ยูนิฟิล) ซึ่งกำลังปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ทางตอนใต้ ส่งผลให้มีทหารฝรั่งเศสเสียชีวิตอย่างน้อย 1 นาย และได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 3 นาย


ทั้งนี้ มาครงกล่าวว่า “ทุกอย่างบ่งชี้ว่า กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ต้องรับผิดชอบต่อการโจมตีครั้งนี้” ขณะที่นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ออกมาประณามการโจมตีครั้งนี้เช่นกัน และระบุว่า ผลการประเมินเบื้องต้นโดยยูนิฟิลพบว่า เป็นการโจมตีซึ่งดำเนินการโดย “กองกำลังที่อิหร่านหนุนหลัง”


อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ออกแถลงการณ์ปฏิเสธ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากฝ่ายเลบานอน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ในช่วงที่อิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์อยู่ระหว่างการสงบศึกเป็นเวลา 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย. ที่ผ่านมา ด้านสหรัฐพยายามอาศัยช่วงเวลานี้ ผลักดันให้อิสราเอลกับเลบานอนเจรจากันโดยตรงในระดับผู้นำ


ย้อนกลับไปเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุซุ่มโจมตีในเลบานอน ส่งผลให้ทหารรักษาสันติภาพชาวอินโดนีเซียเสียชีวิต 3 นาย ผลการสอบสวนเบื้องต้นของยูเอ็นปรากฏว่า ทหารนายหนึ่งเสียชีวิตจากกระสุนรถถังของอิสราเอล ส่วนทหารอีก 2 นายเสียชีวิตจากระเบิดแสวงเครื่อง ที่คาดว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์เป็นผู้ติดตั้งไว้.

เครดิตภาพ : AFP