นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป เปิดเผยถึงกรณีกรรมการอิสระ ซีพีออล์ มีมติ ไม่เห็นด้วย กับแผนการย้าย 3 บริษัทย่อย คือ เคาน์เตอร์เซอร์วิส, ไทยสมาร์ทคาร์ด, ซีพี แอ็กซ์ตร้าเข้าร่วม เวอร์ชวลแบงก์ ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) หรือแบงก์ชาติ ที่ต้องการให้่รวมใบอนุญาต ซึ่งการดำเนินการดังกล่ว ต้องผ่านชั้นตอนชองของบริษัท ซึ่งทาง เครือเจริญโภคภัณฑ์(ซีพี) ไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะรวมธุรกิจเหล่านี้เข้าด้วยกัน ทาง ธปท.เคารพการตัดสินใจของแต่ละบริษัท โดยต้องสอบถามความเห็นของผู้ถือหุ้นด้วยในวันที่ 29 พ.ค.นี้ หากผู้ถือหุ้นมีมติไม่อนุมัตในการรวมใบอนุญาต ก็ถือว่ากระบวนการสิ้นสุดลงและจะแจ้งต่อแบงก์ชาติตามจริงว่าไม่สามารถรวมได้เนื่องจากขัดต่อมติผู้ถือหุ้น
“ใบอนุญาตต่างๆ เหล่านั้นทาง ธปท.ให้มา 20-30 ปีแล้ว เพื่อวัตถุประสงค์ของธุรกิจค้าปลีก เช่น การจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ซึ่งธุรกิจอย่าง ซีพีออล์ ต้องมีใบอนุญาตของตัวเองอยู่แล้ว มันไม่เกี่ยวกับการขัดแย้งกับธุรกิจ เวอร์ชวลแบงก์เเลย เพราะนั่นเป็นธุรกิจธนาคาร และทางซีพี ก็ไม่ได้ต้องการนำธุรกิจค้าปลีกมาทำธุรกิจธนาคารอยู่แล้่ว มันเป็นธุรกิจคนละส่วนกัน ส่วนเรื่องที่มีคนพูดกันว่า เป็นเรื่องสับขาหลอก โดยกรรมการนั้น เป็นเรื่องที่จินตนาการกันไปเอง เราทำตามระเบียบของ แบงก์ชาติ แค่นั้น เราจะเอามารวมทำไม อย่าง ทรูมันนี่ หรือ แอสเซนด์ มันนี่ ก็มีใบอนุญาตของ แบงก์ชาติ มาเป็น 10 ปี และทาง แอสเซนด์ มันนี่ ก็เป็นผู้ขอใบอนุญาต เวอร์ชวลแบงก์”
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดและคลาดเคลื่อนว่า จะมีการนำสินทรัพย์ค้าปลีก และ ใบอนุญาตของเคาน์เตอร์ เซอร์วิส ไปรวมกับธุรกิจเวอร์ชวลแบงก์ ขอยืนยันว่าไม่มีแผนควบรวมธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกัน และ เมื่อผลการประชุมผู้ถือหุ้นออกมา ก็แจ้งทางแบงก์ชาติ ซึ่งก็เข้าใจว่าทางแบงก์ชาติก็พร้อมเคารพการตัดสินใจของผู้ถือหุ้น ยืนยันว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจค้าปลีก ยังดำเนินการตามปกติ รวมถึงเรื่องเวอร์ชวลแบงก์ด้วย ยืนยันดำเนินการตามแผนเดิม เดือน มิ.ย.นี้



