เมื่อวันที่ 28 เม.ย. นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) อดีตประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐฯ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดน ถูกลดเสาสัญญาณตามมาตรการรัฐ ทำให้ไม่สามารถใช้โทรศัพท์ได้ว่า เรื่องนี้รัฐบาลต้องเข้าไปดูว่าการมีเสาสัญญาณ ก็เพื่อให้สัญญาณใช้ได้ฝั่งไทยได้ ซึ่งวิธีการในทางเทคนิคมี และเท่าที่ตนเคยทราบจาก กสทช. ก็อยู่ที่อุปกรณ์ ขนาดเสาในการที่จะรับได้อยู่แล้ว แต่ในวันนี้อาจยังไม่มีการไปดูในรายละเอียดตรงนั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่มีการท้วงติงกันมาพอสมควร น่าจะมีการจัดการส่วนนี้ได้ เข้าใจว่าบางส่วนอาจมีการจัดการลักษณะนั้นไปแล้ว เช่น ฝั่งที่ติดกับกัมพูชาพื้นที่มีการจับสัญญาณ ให้หันเข้ามาในประเทศไทย แล้วลดขนาดลง เพื่อให้คนที่อยู่ตามแนวชายแดน จะยังสามารถใช้เสาสัญญาณของฝั่งไทยต่อไปได้
เรื่องนี้รัฐควรช่วยแก้ปัญหาคนชายแดนอย่างไร หลังการลดเสาลดสัญญาณ ไม่ใช่มาตรการที่ตรงจุด เพราะชาวบ้านในพื้นที่ร้องเรียนว่าเหมือนถูกปิดกั้นอีกโลก นายรังสิมันต์ กล่าวว่า คิดว่าปัญหาเรื่องนี้ไม่ได้อยู่แค่การลดเสา แต่อยู่ที่ว่าจะทำอย่างไร ให้สัญญาณมีเฉพาะในฝั่งไทย ดังนั้นการจะลดหรือไม่ลดเสา ไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่ประเด็นหลักคือทำอย่างไรให้สัญญาณอยู่แค่ฝั่งไทย และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่สามารถเอาไปใช้ประโยชน์ได้ หลังจากนี้ทราบมาว่าทางฝั่งอเมริกา ก็จะมีการปราบปรามสแกมเมอร์มากขึ้น และสตาร์ลิงก์ก็อาจถูกจัดการมากขึ้น ตนประเมินว่ามีความเป็นไปได้ ที่ทางฝั่งกัมพูชา โดยเฉพาะพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาจจะกลับมาใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตจากประเทศไทย ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เราต้องเตรียมเหมือนกันว่า บางพื้นที่อาจจะมีสัญญาณล้ำไปฝั่งกัมพูชาอยู่
นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า คิดว่าสิ่งที่ต้องทำคือ ภาครัฐควรมีการพูดคุยกัน ทั้ง Operator และ กสทช. ว่าจะทำอย่างไรให้สัญญาณมีการครอบคลุมฝั่งดินแดนไทยทั้งหมด และอีกด้านหนึ่งต้องทำให้มีกรอบ กำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนด้วยว่าจะเมื่อไหร่ อย่างไร ไม่ใช่รอคอยไปเรื่อยๆ
“ผมคิดว่ารัฐต้องริเริ่ม แม้ กสทช. จะมีบทบาทมากกว่า แต่ประชาชนเลือก กสทช. ไม่ได้ จึงต้องฝากความหวังไว้กับรัฐบาล แต่ต้องตั้งธงว่าให้สัญญาณอยู่เฉพาะในประเทศไทย ครอบคลุมใช้งานได้จริง” นายรังสิมันต์ กล่าว.



