เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) รวมถึงนายกเมืองพัทยา พร้อมกันในวันที่ 28 มิ.ย. 2569 ว่า ขณะนี้ในส่วนของ กกต.กทม. และกกต.ชลบุรี ได้เริ่มดำเนินการตามแผนงานแล้ว ซึ่งก็ไม่มีความหนักใจ โดยได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมจัดเตรียมความพร้อมในขั้นตอนต่างๆ ซึ่งได้มีการนำบทเรียนจากการเลือกตั้งสส.ครั้งที่ผ่านมา มาปรับปรุง เพื่อให้สอดรับกับการเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นโมเดลใหม่ โดยจะนำ กปน.มืออาชีพมาใช้กับการเลือกตั้งใน กทม.และเมืองพัทยา ซึ่งจะอบรม กปน.ให้มีความเป็นมืออาชีพ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดและให้เป็นที่ยอมรับ โดยผู้ได้รับเลือกเป็น กปน.จะต้องถูกอบรมจาก กกต.อย่างเข้มข้น และอาจจะต้องมีหนังสือรับรองไลเซนส์ รวมทั้งเพิ่มมาตรการคุ้มครองผู้มาเป็น กปน. ให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าว ผอ.กกต.ชลบุรีไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชนในพื้นที่ กรณีการเลือกตั้ง สส.ชลบุรี เขต 1 นั้น นายแสวง กล่าวว่า ยอมรับว่า จ.ชลบุรี เป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง ปัญหาที่ผ่านมาแม้จะมีประชาชนเข้ามาร้องเรียน แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับผอ.กกต.ชลบุรีด้วย ซึ่งความคืบหน้าในเรื่องคดีก็เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย
ด้าน ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผอ.คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต. กทม.) กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงาน กกต. กทม. ได้มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องการสำรวจหน่วยเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว โดยเขตเลือกตั้งแบ่งเป็นจำนวน 50 เขต มีหน่วยเลือกตั้ง 6,632 หน่วย เพิ่มจากการเลือกตั้ง สส. มา 102 หน่วย และเตรียมการสรรหากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นรายงานไปยัง กกต.เพื่อพิจารณาแต่งตั้งต่อไป
ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ กล่าวอีกว่า ตอนนี้ได้มีการประชาสัมพันธ์ในส่วนของผู้ที่จะครบวาระการดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ และสก. ในวันที่ 21 พ.ค.นี้ แต่ในส่วนของกฎหมายจัดตั้งนั้น ผู้ว่าฯ สามารถที่จะรักษาการได้ ส่วนเรื่องการจะลาออกหรือไม่นั้น เราเป็นเพียงผู้ให้ข้อมูล ถ้านายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลาออกจากผู้ว่าฯ ก่อนถึงวันรับสมัครฯ ก็สามารถจัดการเลือกตั้งในวันเดียวกันกับเลือก สก.ได้ ซึ่งทางสำนักงาน กกต. ได้ประกาศเห็นชอบให้เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-สก. ในวันที่ 28 มิ.ย.นี้พร้อมกันกับนายกเมืองพัทยาและสมาชิกเมืองพัทยา
เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ จะลาออกนั้น ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ กล่าวว่า ได้ยินตามกระแสข่าว เพราะถ้ายื่นอย่างเป็นทางการยังไม่มี ถ้าจะยื่นลาออกต้องไปยื่นกับทางกระทรวงมหาดไทยเอง
เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือเป็นห่วงในเรื่องใดในการเลือกตั้งหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ กล่าวว่า ตอนนี้ทางสำนักงาน กกต. กทม. เรามีการซักซ้อมเรื่องลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงตั้งแต่ก่อนเข้าห้วงเวลา 180 วันก่อนครบวาระ ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย. 2568 มีการทำความเข้าใจให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือผู้ที่สนใจไปในบางส่วนแล้ว ส่วนเรื่องของความคาดหวังของผู้จะมาใช้สิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้เราก็ได้ดูจากการเลือกตั้ง สส. ที่ผ่านมา ที่มีผู้มาใช้สิทธิ 70 เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นในการเลือกตั้งครั้งนี้เราก็คาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิ 75 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากว่าเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่น ประชาชนจะให้ความสนใจมากกว่าการเลือกตั้ง สส.
เมื่อถามว่าดูเหมือนการเลือกตั้งจะไม่ค่อยดุเดือดเพราะผู้สมัครจากพรรคการเมืองหลายพรรคไม่ได้ส่งผู้สมัครลง ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ กล่าวว่า อาจจะเนื่องด้วยจากคุณสมบัติที่ผู้สมัครจะต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านซึ่งจะต้องมีชื่อในทะเบียนบ้าน 1 ปี นับถึงวันที่สมัคร จึงทำให้บางคนขาดคุณสมบัติในตรงนี้ไป ส่วนเงื่อนไขยื่นภาษี 3 ปีย้อนหลังนั้นเป็นเพียงการนำมาดีแคลร์เท่านั้นเองไม่ได้เป็นลักษณะต้องห้าม
เมื่อถามถึงความชัดเจนของโมเดล กปน.ใหม่เป็นอย่างไรบ้าง ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ กล่าวว่า ทางสำนักงาน กกต. ส่วนกลางได้ประชุมจัดทำ กปน.มืออาชีพ โดยจะมีการเริ่มต้นจาก 6,632 คน คือจะเป็นประธานหน่วยทุกหน่วยของกรุงเทพฯ ซึ่งในวันที่ 1 พ.ค.นี้ ได้มีการนัดหมายปลัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งต่อไปจะเป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร จะได้พบปะและพูดคุยเตรียมความพร้อมอบรม กปน.มืออาชีพหน่วยละ 1 คนก่อน ทั้งนี้การเลือกครั้งนี้ จะมี กปน. 9 คน และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายต่อ 1 หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งจะใช้คนจำนวนกว่า 70,000 คน
เมื่อถามอีกว่ากังวลหรือไม่ว่าจะไม่ได้รับความร่วมมือเพราะที่ผ่านมา กปน.ก็ถูกกระแสจากสังคมในการเลือกตั้ง ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ กล่าวว่า เท่าที่พูดคุยไม่ได้มีความกังวล เนื่องจากว่าเขาเข้าใจว่าในการเลือกตั้งก็มีกระแส และเรื่องความกดดันอะไรเล็กๆ น้อยๆ แต่ส่วนใหญ่เป็น กปน.อยู่แล้ว บางคนเป็นมาแล้ว 10-20 ปี ฉะนั้นเขามีความรู้ความเข้าใจ อะไรผิดพลาดเราก็นำข้อนั้นมาปรับแก้ต่อไปให้ดีขึ้น ดังนั้นจึงไม่มีความกังวล ครู-อาจารย์ยังมีความพร้อมในการเป็น กปน.ต่อไป



