เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 69 ที่ จ.นครราชสีมา นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจราชการติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลและภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทยและมอบนโยบายให้แก่ข้าราชการในพื้นที่ อ.จักราช จ.นครราชสีมา โดยมี นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายบุญเต็ม กัลยาพานิช ปลัดจังหวัดนครราชสีมา นายวรกร บุ้งทอง หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนครราชสีมา พ.อ.ท.สมพงศ์ หมั่นสาน นายอำเภอจักราช พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. และประชาชนในพื้นที่ร่วมกว่า 500 คน เข้าร่วม

นายพลพีร์ กล่าวว่า ในวันนี้นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาลงพื้นที่ให้กำลังใจท่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และพี่น้อง อสม. ทุกท่านคือผู้ที่เป็นกำลังหลักสำคัญในการทำงานร่วมกับผมมาโดยตลอด การเดินทางมาวันนี้ขอให้มองผมคือ “เต้ย” คนเดิมที่พร้อมเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกท่านต่อจากนี้ไปอย่างสุดกำลังความสามารถ


“ทุกวันนี้ปัญหาที่เรายอมรับว่ากำลังหนักใจก็คือเรื่องเศรษฐกิจทั้งเรื่องปัญหาราคาสินค้า ราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ในวันนี้ผมมายืนอยู่ตรงนี้ในฐานะตัวแทนของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ขอยืนยันว่า เราจะพยายามบริหารจัดการให้มีแนวทางลดค่าใช้จ่ายแก่พี่น้องประชาชนทุกคนอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงพาณิชย์ได้มีการร่วมมือกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จัดโครงการ “ไทยช่วยไทย” ในการสนับสนุนสินค้าและร่วมบูรณาการเครือข่ายในพื้นที่ขายสินค้าราคาถูกให้แก่พี่น้องประชาชน ในรูปแบบตั้งบูธขายสินค้าทุกวันศุกร์ที่หน้าอำเภอ และรถพุ่มพวงที่จะนำสินค้าราคาถูกไปขายในแต่ละพื้นที่ของชุมชน สิ่งที่ผมอยากจะให้ทุกท่านในฐานะผู้นำในพื้นที่ดำเนินการคือช่วยรัฐบาลดำเนินมาตรการสำคัญในเรื่องที่ดีต่อพี่น้องประชาชน ผ่านช่องทางสื่อโซเชียลมีเดียในมือท่าน เสียงตามสายหอกระจายข่าว เพื่อนำเสนอเรื่องข้อสั่งการ นโยบายของรัฐบาลกระจายข่าวสารลงไปสู่พี่น้องประชาชนทุกครัวเรือนได้เป็นอย่างดี” นายพลพีร์ กล่าว

นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า อีกเรื่องหนึ่งที่ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือ การดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ การทุจริตทางทะเบียนของกลุ่มจีนเทา การพนันบ่อนเถื่อน ปัญหายาเสพติด และการเผาสร้างมลพิษฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมรับไม่ได้และทางรัฐบาลจะดำเนินมาตรการเด็ดขาดต่อผู้ที่กระทำผิด และเจ้าหน้าที่ผู้ปล่อยปละละเลย หากมีการจับกุมขึ้นในพื้นที่ของท่านจะต้องถูกคาดโทษสถานเดียว ที่ต้องดำเนินการเด็ดขาดลักษณะเช่นนี้เพราะเราอยากให้เกิดความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน เพราะถ้าวันนี้ท่านเผาเยอะรัฐบาลก็ต้องมีการจัดสรรงบประมาณในการเยียวยาแก้ปัญหาที่ปลายเหตุอย่างไม่จบสิ้น


“ขอเน้นย้ำให้ทุกท่านซึ่งเป็นผู้นำในพื้นที่และมีส่วนสำคัญในการบริหารจัดการต้นเหตุ ได้ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ช่วยกันติดตามผล ในการแก้ปัญหา บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้แก่พี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มที่ก็ย่อมทำให้ภาครัฐประหยัดงบประมาณในการแก้ไขเยียวยา และสามารถใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิผลมากที่สุด” นายพลพีร์ กล่าว


จากนั้น นายพลพีร์ ได้เปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย” บริเวณด้านหน้าที่ว่าการอำเภอจักราช เพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชน กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการห้างร้านในพื้นที่ ได้มีช่องทางในการนำผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและสินค้าอุปโภคบริโภคมาจัดจำหน่ายในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด อันเป็นการส่งเสริมให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระดับชุมชน ลดรายจ่าย สร้างรายได้ให้กับผู้ผลิต ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการช่วยลดภาระค่าครองชีพและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน.




