สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ว่า แม้จะมีอาสาสมัครเข้าร่วมจำนวนมากในคราแรก แต่กองทัพยูเครนก็มีจำนวนน้อยกว่าฝ่ายตรงข้ามอย่างมาก นับตั้งแต่รัสเซียเริ่มรุกรานอย่างเต็มรูปแบบในปี 2565 ขณะที่การขาดแคลนกำลังพลกลายเป็นปัญหาเร่งด่วนยิ่งขึ้น เนื่องจากความกระตือรือร้นในการเข้ารับราชการลดลง ท่ามกลางรายงานเกี่ยวกับการฝึกอบรม และการสนับสนุนที่ไม่ดี รวมถึงการเกณฑ์ทหารที่เข้มงวดเกินไป

ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวในเทเลแกรมว่า ในเดือน พ.ค. นี้ รายละเอียดสำคัญทั้งหมดจะได้รับการสรุป และในเดือน มิ.ย. การปฏิรูปจะเริ่มต้นขึ้น และผลลัพธ์แรกจะต้องปรากฏให้เห็นในเดือนนั้น

เขาสัญญาว่า จะเพิ่มค่าตอบแทนให้กับทหารราบ ซึ่งเป็นหนึ่งในบทบาทที่ไม่เป็นที่ต้องการ และอันตรายที่สุด เนื่องจากทหารที่อยู่แนวหน้า ต้องเผชิญกับการโจมตีด้วยโดรนอย่างต่อเนื่อง

เนื่องจากการเจรจาสันติภาพที่สหรัฐเป็นผู้ไกล่เกลี่ยได้หยุดชะงักลง เซเลนสกีกล่าวว่า ยูเครนต้องพร้อมที่จะต่อสู้ต่อไป หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้

นายมิคาอิล เฟโดรอฟ รมว.กลาโหมยูเครน กล่าวว่า ยูเครนกำลังเตรียมที่จะดำเนินการโครงการแรกภายใต้การปฏิรูป ได้แก่ รูปแบบค่าตอบแทนที่เป็นธรรม ระบบสัญญาใหม่ที่มีเงื่อนไขการรับราชการที่ชัดเจน และนโยบายการหมุนเวียนที่โปร่งใส รวมถึงแนวทางใหม่ในการจัดกำลังพลประจำหน่วย และอื่น ๆ

เซเลนสกีกล่าวว่า ภายใต้ระบบใหม่ ค่าจ้างสำหรับตำแหน่งที่ไม่ใช่การรบ ควรอยู่ที่อย่างน้อย 30,000 ฮรีฟเนีย (ราว 22,214 บาท) ซึ่งเพิ่มขึ้น 1 ใน 3 จากอัตราปัจจุบัน ขณะที่สัญญาพิเศษสำหรับทหารราบจะมีตั้งแต่ 250,000-400,000 ฮรีฟเนีย (ราว 185,122-296,196 บาท).

เครดิตภาพ : REUTERS