การสะสมตราประทับจากสถานที่ต่างๆที่ไปถึง นอกจากเป็นบันทึกการเดินทาง เป็นกิจกรรมที่มีมนต์เสน่ห์ ตราประทับยังซ่อนคุณค่าความหมายน่าประทับใจ
ชวนค้นความลับตราประทับ การสะสมตราประทับที่ขยายกลุ่มผู้สนใจอย่างเด่นชัด โดยที่ผ่านมาในงาน ใต้ร่มพระบารมี 244 ปีกรุงรัตนโกสินทร์ ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นอกจากมีกิจกรรมนำชมพิพิธภัณฑ์ยามค่ำ ชมโบราณวัตถุที่เกี่ยวข้องกับดอกบัว ทั้งดอกบัวในพุทธศาสนา งานศิลป์รัตนโกสินทร์ที่ใช้ลวดลายบัวในมิติหลากหลาย ฯลฯ ยังจัดทำตราประทับคอลเลกชันล่าสุด “กุมุทมาลย์บูชา” ให้เก็บสะสมเป็นที่ระลึก

นำเรื่องน่ารู้ การออกแบบ ตามรอยลายเส้นคมชัด ชมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ผ่าน“กุมุทมาลย์บูชา” โดย ศุภวรรณ นงนุช ภัณฑารักษ์ชำนานการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครให้มุมมองการสะสมตราประทับ พาย้อนชมตราประทับที่ระลึกที่ออกแบบในโอกาสพิเศษที่ผ่านมาว่า การออกแบบตราประทับคอลเลกชัน ดอกบัวชุดนี้จากที่เทรนด์ดอกบัวเป็นกระแส ได้รับความสนใจ และด้วยที่พิพิธภัณฑ์ฯ เรามีศิลปวัตถุ โบราณวัตถุที่เกี่ยวเนื่องกับดอกบัวอยู่จึงนำมาแนะนำ ชวนเข้าชม เข้าถึงความนัย ความหมาย ได้รู้จักกับโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ รวมถึงโบราณสถาน ภาพจิตรกรรม ฯลฯ ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ย้อนกลับไปสำหรับการออกแบบตราประทับ กิจกรรมพิเศษของพิพิธภัณฑ์ฯ พระนคร โดยภัณฑารักษ์ชำนานการ คุณศุภวรรณ เล่าว่า แรกเริ่มที่ออกแบบตราประทับก็เพื่อเป็นกิจกรรมให้กับผู้เข้าชมในช่วงกิจกรรมต่างๆ อย่างเช่น คเณศจตุรถี วันพิพิธภัณฑ์ไทย ฯลฯ ซึ่งจะมีตราประทับให้เก็บสะสมเป็นที่ระลึก โดยที่ผ่านมาได้รับการตอบรับและขยายกว้างออกไป การดำเนินการจึงมีขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้พิพิธภัณฑ์พระนครจัดทำตราประทับเป็นซีรีย์ และมีธีม อย่างครั้งนี้ “บัว” ในตราประทับจะเห็นถึงการนำเสนอบัวหลากหลายรูปแบบ

“เมื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์ฯจะพบกับดอกบัว และเรื่องราวจากดอกบัวหลายรูปแบบมาก ทั้งโบราณวัตถุที่จัดแสดง อย่างเช่น พระอรุณาทิตย์บนธรรมจักร ที่จัดแสดง ณ ห้องทวารวดี ผู้เข้าชมอาจไม่ทันสังเกต หรือเดินผ่านไปจึงนำมาจัดทำเป็นตราประทับไว้ในวาระโอกาสนี้ ทั้งนี้โดยทั่วไปอาจคุ้นกับสุริยะเทพที่ถือดอกบัว โดยชิ้นนี้ก็เชื่อมโยงกับช่วงสรงน้ำเทวดานพเคราะห์ที่ผ่านมาจึงนำมาเล่าเรื่อง ชวนเรียนรู้ และหากจะตามหาตราประทับชิ้นนี้ ตามไปประทับตรากันได้ที่ห้องทวารวดี”
คุณศุภวรรณ อธิบายเพิ่มอีกว่าตราประทับที่อาจพลาดเก็บสะสมไปในช่วงงานใต้ร่มพระบารมี 244 กรุงรัตนโกสินทร์ โดย10 ตราในคอลเลกชันนี้ “กุมุทมาลย์บูชา” พิพิธภัณฑ์ฯ ยังเปิดให้ตามหา และตามรอยเส้นทางนำชม ตามเก็บสะสมตราประทับกันต่อและแม้จะแจ้งพิกัดไว้ก็สามารถเลือกเข้าชม ดีไซน์การชมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ เติมความรู้เพลินพิพิธภัณฑ์กันได้อย่างอิสระ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าชมตามหมายเลขตราประทับ

“หลายคนอาจดีไซน์เส้นทางเที่ยวชมของตนเองไว้ก่อนเพื่อจะได้เก็บสะสมตราประทับในคอลเลกชันได้ครบทุกจุด หรือออกแบบดีไซน์การประทับตรา จัดเรียงในรูปแบบที่สวยงาม น่าชม ที่ต่างกัน ซึ่งการสะสมมีหลายรูปแบบ บ้างก็ประทับใส่สมุดเล่มเล็ก ใส่กระดาษ หรือแผ่นพับที่เข้าชม ฯลฯ เก็บเป็นที่ระลึก เป็นไดอารี่ส่วนตัว บันทึกความทรงจำที่เกิดขึ้นจากการประทับตราสะสม”
นอกจากที่กล่าวมายังมี ภาพพระอมตาภะ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปในห้องศิลปะเอเชีย อาคารมหาสุรสิงหนาท โดยภัณฑารักษ์ชำนานการคุณศุภวรรณ อธิบายว่า ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุในห้องนี้โดยทั่วไปจะไม่ค่อยนำมาจัดทำตราประทับ แต่ครั้งนี้เป็นไฮไลท์ เป็นครั้งแรกที่จะได้สัมผัสความงามผ่านลายเส้นตราประทับและเรียนรู้เรื่องราวจากดอกบัวจากพระพุทธรูปที่จัดแสดง

เช่นเดียวกับ พระอัญญาโกณฑัญญเถระ ที่ห้องสุโขทัย สามารถเข้าชมและประทับตราได้ที่นี่ โดยทั่วไปดอกบัวจะอยู่กับพระพุทธรูปต่างๆ แต่องค์มีความพิเศษ เป็นพระสาวก เป็นภาพขนาดเล็กๆที่ซ่อนอยู่ นอกจากความเป็นมาดอกบัวที่เกี่ยวเนื่อง ยังสร้างความท้าทายให้กับนักสะสมได้ค้นหาภาพจริง

ส่วน นางบุษบาลงสรง ตราประทับนี้สามารถตามไปประทับสะสมกันได้ที่ห้องธนบุรี-รัตนโกสินทร์ อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ โดยห้องจัดแสดงที่นี่ส่วนใหญ่ผู้ชมจะมาชมภาพลับแลอิเหนา แต่อย่างไรแล้วจะมีอีกมุมหนึ่งน่าชม โดยภาพ นางบุษบาลงสรง เป็นภาพเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ ในภาพนางบุษบาจะถือดอกบัว เป็นอีกหนึ่งภาพที่ชวนให้ตามหาและเรียนรู้เรื่องราว ความหมาย ได้เข้าถึงความนัย ความหมายภาพ สร้างการเรียนรู้ และการค้นคว้าต่อไป
“ทวารบาล” อีกหนึ่งตราประทับที่หายาก โดยภาพจิตรกรรมภาพนี้อยู่ที่ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ เป็นไฮไลท์ที่อยากชวนให้ตามหา เป็นทวารบาลที่ไม่ได้อยู่บนบานประตู แต่อยู่ที่บานหน้าต่างทางด้านหลัง ไม่ใช่ภาพจากจินตนาการแต่เป็นภาพจริงที่มีความงดงาม และมีความหายาก หากไม่สังเกตก็ยากที่จะพบ อีกทั้งเมื่ออยู่บนบานหน้าต่าง ถ้าไม่ถูกปิดเข้ามาก็จะมองไม่เห็น หาไม่เจอ

“ตราประทับที่จัดทำนอกจากเป็นหนึ่งในกิจกรรม อีกส่วนหนึ่งมีเป้าหมายที่จะกระจายจำนวนผู้ชมที่เข้ามาเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ฯ ในห้องจัดแสดงต่างๆ โดยไม่รวมอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่ง กระจายการเข้าชมไปยังทุกพื้นที่และเมื่อได้ชม ได้พบเห็น ถ้ามีความสนใจ ชื่นชอบในเรื่องใดก็จะเกิดการค้นคว้า สอบถาม และหาคำตอบ เกิดการเรียนรู้ เพลินไปกับการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ฯ“
ตราประทับในคอลเลกชันนี้ยังเชื่อมโยงกับกิจกรรมนำชม ไนท์มิวเซียม ใต้ร่มพระบารมี 244 กรุงรัตนโกสินทร์ที่ผ่านมา โดยจัดพาชมไปในเส้นทางที่เกี่ยวกับดอกบัว สัมผัสโบราณวัตถุที่เกี่ยวกับดอกบัว ทั้งนี้ตราประทับบางชิ้นยังเป็นแกนหลักในการนำชม นำมาเล่าเรื่องได้ อย่างเช่น พระอรุณาทิตย์ นำมาเป็นจุดเริ่มต้นนำชมพิพิธภัณฑ์ฯ เล่าถึง พระอาทิตย์ แสงสว่าง ความเชื่อในเรื่องของดอกบัว ความเชื่อทางศาสนา เรื่องเล่า คำสอน ฯลฯ เชื่อมโยงต่อไปยังเรื่องอื่นๆ

นอกจากนี้ยังมีตราประทับ โถกลีบบัว โดยถกลีบบัวชิ้นจริงจัดแสดงที่พระที่นั่งวสันตพิมาน (ห้องเครื่องถ้วย) หมู่พระวิมาน เป็นอีกตราประทับที่ถูกตามหากันมาก ทั้งนี้ภาพตราประทับออกแบบเป็นถ้วยและฝา สร้างสรรค์ให้มีลูกเล่นโดยนำฝาโถอิงไว้ เผยให้เห็นความงามพิเศษโดดเด่นยิ่งขึ้น ขณะที่ชิ้นจริงเป็นโถที่ปิดฝา
กลองอินทเภรี (สังฆานุสติ)จัดแสดงที่มุขกระสัน หมู่พระวิมาน กลองชุดนี้มีทั้งหมดสามใบมีประวัติความเป็นมาสำคัญ โดยแต่ละใบงดงาม โดยเฉพาะใบที่นำมาจัดทำเป็นตราประทับ มียันต์ บัวสวยงามสมบูรณ์ หากอ่านรอบยันต์จะเป็นบทสวดปรากฏวนรอบจึงเขียนว่า สังฆานุสติ มีบทสวดบูชาพระรัตนตรัยกำกับไว้

อีกหนึ่งตราประทับ พระแท่นบรรทม ที่พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ ตราชิ้นนี้มีความพิเศษด้วยจุดหมายที่ประสงค์ให้เดินเที่ยวเรียนรู้ไปทั่วทุกอาคารในพิพิธภัณฑ์ฯ โดยที่นี่เป็นอีกจุดหมายและด้วยสถานที่นี้ตกแต่งเป็นลายฝรั่ง และจีน การจะหาดอกบัวจึงเป็นเรื่องค่อนข้างยาก ซึ่งก็สร้างความท้าทายให้กับนักสะสม ชวนให้ผู้เข้าชมได้ร่วมตามหา และประทับตราไว้เป็นที่ระลึก
มาถึง ปลากับกอบัว ที่พระตำหนักแดง เป็นตราประทับที่ถอดจากชุดของเล่นชิ้นเล็กซึ่งต้องสังเกตมากๆจึงจะพบ ทั้งยังมีอ่างบัวจิ๋วก็นำมาออกแบบคู่กัน ส่วน แมลงปอกับกอบัว อยู่ที่หออนุสรณ์เจ้าพระยายมราช เป็นภาพจริงที่นำมาสร้างสรรค์รวมอยู่ในคอลเลกชันครั้งพิเศษนี้ด้วย ทั้งนี้ คุณศุภวรรณเล่าเพิ่มถึงชื่อตราประทับชุดนี้ “กุมุทมาลย์บูชา” โดยมีความหมายเป็นมาลัย โดยดอกบัวเมื่อนำมาร้อยเรียงกันจะเป็นพวงมาลัยบูชาอีกนัยความหมายที่ค้นได้จากตราประทับในครั้งนี้

“การออกแบบครั้งนี้ทุกตราประทับถอดแบบจากภาพถ่ายจากโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุจริงที่จัดแสดงในห้องแสดงส่วนต่างๆ เก็บเส้นสาย ลวดลายต่างๆ ด้วยมือจึงมีความละเอียด เก็บส่วนที่ต้องการ ถมสีให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น โดยส่วนที่ละเอียดเกินไปเมื่อนำมาทำตราประทับแล้วมองไม่เห็นก็จะไม่นำมาใส่ไว้ เก็บรักษาสิ่งที่มีอยู่ไว้อย่างครบถ้วนแท้จริง “เป็นอีกส่วนหนึ่งที่บอกเล่ามนต์เสน่ห์ตราประทับ
การเก็บสะสมที่เชื่อมโยงสู่การเรียนรู้เที่ยวชม เข้าถึงพิพิธภัณฑ์ฯ อย่างมีชีวิตชีวา
พงษ์พรรณ บุญเลิศ



