เรียกได้ว่าเป็นเรื่องราวที่แฟนๆ ต่างพากันเป็นห่วงหนักมาก หลังจากก่อนหน้ามีคลิปวิดีโอของพระเอกหนุ่มสุดฮอต “ปอนด์-ณราวิชญ์ เลิศรัตน์โกสุมภ์” ที่ได้วิ่งอย่างรวดเร็วเพื่อเข้าลิฟต์โรงแรมขณะอยู่ที่ต่างประเทศ เพื่อหนีกลุ่มซาแซงที่ตามไปดักรออยู่ในโรงแรมที่เซี่ยงไฮ้ ล่าสุดเจ้าตัวได้เดินทางมาร่วมงาน “LEGO CERTIFIED STORE OPENING” พร้อมกับ “ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน” ทั้งคู่ก็ได้ออกมาเปิดใจถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เป็นช่วงที่คนเข้ามาประชิดตัวโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้รู้สึกตกใจและกลัว เพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนในชีวิตด้วย

ปอนด์ ณราวิชญ์ เผยว่า “คือด้วยสถานการณ์ ณ ตอนนั้นคือผมรู้สึกตกใจมากกว่า ด้วยแบบบรรยากาศต่างๆ ที่มีคนเข้ามาโดยที่เราไม่ทันได้ตั้งตัว มันก็จะมีความกลัวนิดนึง เพราะว่าด้วยความที่ครั้งหนึ่งในชีวิตเราไม่เคยเจอเลย แล้วก็ที่เห็นเป็นภาพวิ่งอย่างงั้นเพราะว่ามันเป็นพื้นที่ในโรงแรม เราก็ไม่อยากสร้างความชุลมุนกันมาก แต่ว่าทางทีมงานเขาก็มีจัดเตรียมลิฟต์ให้แล้ว พอเราลงจากรถปุ๊บ เราก็เข้าลิฟต์เลยอะไรอย่างเงี้ยครับ ตอนที่ตัดสินใจวิ่ง จริงๆ หลักๆ ผมแค่กลัวว่าคนแถวนั้นจะเดือดร้อนมากกว่า คือสมมุติถ้าผมค่อยๆ เดิน ค่อยๆ เดินช้าๆ นักท่องเที่ยวคนอื่นๆ หรือแบบคนอื่นๆ ที่เขาไม่ได้รู้เรื่องอะไร เขาอาจจะตกใจได้ เราไม่ได้อยากสร้างความชุลมุน เราก็เลยรีบเข้าลิฟต์แล้วก็กลับเข้าห้องเราดีกว่า คือจริงๆ แล้วมีการเตรียมไปอย่างดีเลยครับผม ไม่ว่าจะเป็นทีมการ์ดหรือว่าทีมงานทุกๆ คน เขาก็จะมีการบอกแล้วว่าให้ระวังตัวอะไรบ้าง แต่ว่าเราก็ไม่ได้อยากให้เดือดร้อนทีมงานเนาะ เพราะว่าถ้าเกิดเราเดินช้าๆ ทีมงานเขาก็ต้องคอยกัน ต้องคอยลำบากอะไรเงี้ย เราก็เลยรู้สึกว่าใช้ความเร็วดีกว่า

ผมว่าตอนนั้นคือถ้าถามว่ามันปลอดภัยไม่ปลอดภัย คือมันก็ตอบไม่ได้หรอกครับ แต่ว่าสิ่งหนึ่งเลยที่เป็น แน่นอนคือเราแค่รู้สึกว่าเราตกใจ แล้วก็เราเลือกเซฟตัวเองไว้ดีกว่า เพราะว่าเราก็ไม่ชัวร์เหมือนกันว่าคนตรงนั้นเขาใช่แฟนคลับของเราจริงๆ หรือเปล่าอะไรอย่างงี้ครับผม เป็นเหตุการณ์ครั้งแรกในชีวิตเลยครับ ปกติเราไม่ได้ใช้วิธีแบบนี้ ปกติผมจะนิ่งๆ เงียบๆ แต่เรารู้สึกว่าบางทีอาจจะสร้างปัญหาให้คนรอบข้าง อันนั้นมันก็เป็นปัจจัยหลัก ถ้าถามว่าอยากบอกอะไรคนที่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ จริงๆ แล้วเราหรือศิลปินหลายๆ คนเข้าใจนะครับว่าวันหนึ่งเราเป็นคนสาธารณะก็ต้องเจออะไรแบบนี้ แต่ว่าคือสิ่งที่สำคัญที่พวกเราพยายามจะโฟกัสเนี่ย มันคือเรื่องความปลอดภัยคนรอบข้างมากกว่า เพราะว่าคือบางคนเขาอาจจะไม่ได้รู้จักเรา เขาอาจจะแบบมาท่องเที่ยว หรือเขาอาจจะมาตรงนั้นที่อาจจะโดนผลกระทบไปด้วย ผมว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ค่อนข้างสำคัญกว่าและก็น่าคอนเซิร์นเป็นพิเศษครับผม ส่วนว่าต้องยกระดับการจัดการขึ้นมั้ย สำหรับเหตุการณ์ที่ต้องป้องกันในอนาคต จริงๆ แล้วทีมงานก็มีพูดคุยกันเรื่องนี้บ้างครับผม ว่าเป็นเหมือนการตั้งรับและก็วางแผนว่าเออถ้าเกิดมีอีกคราวหน้าก็จะต้องทำยังไงอะไรอย่างงี้ครับผม ก็อาจจะเพิ่มความป้องกันเป็นพิเศษอะไรอย่างงี้แหละ”

ด้าน ภูวินทร์ เผยว่า “ผมว่าจริงๆ ต้องพูดด้วยว่าในหลายๆ ที่ที่เราไป ไม่ว่าจะเป็นตัวเราเอง หรือว่าศิลปินคนอื่นในบ้านเราเอง หรือศิลปินในไทยคนอื่นๆ ที่ไปต่างประเทศกันเองเนี่ย ก็หลายๆ ครั้งก็เจอเหตุการณ์ประมาณนี้ครับผม แต่ว่าก็จะไม่ได้ถ่ายลงหรือว่าจะมีภาพหลุดออกมาให้ดูครับผม แต่ว่าในเคสทุกๆ เคสก่อนหน้านี้เนี่ย ทั้งทางทีมบ้านเราก็จะมีการพาการ์ดจากประเทศไทยไปด้วย และก็มีการ์ดของที่ประเทศนั้นๆ ประกบไปด้วย ซึ่งในช่วงต้นปีที่ผ่านมาเนี่ย ทางของตัว GMM TV เองก็เห็นว่าของทุกๆ คนที่ไปต่างประเทศมันก็เริ่มมีฐานแฟนเยอะขึ้น ก็เพิ่มปริมาณการ์ดของทั้งไทยและก็ทั้งที่ประเทศนู้นด้วย ก็อันนี้ก็เพิ่มแล้วเหมือนกันครับผม จริงๆ แล้วไม่ใช่เป็นการไปแบบไม่ได้เตรียมตัวอะไร ทางค่ายก็มีการเตรียมตัวไว้อยู่แล้วด้วยเหมือนกัน ก็เป็นภาพที่เราในฐานะศิลปินอาจจะเห็นบ่อย แต่คิดว่าหลายคนอาจจะไม่ได้เห็นในมุมนี้บ่อยนักเท่าไหร่ แต่ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเรื่อยๆ ส่วนที่ผมโพสต์บอกว่าเคยเห็นมั้ยว่าซาแซงต่อยการ์ดที่ไม่ได้คลิปไหม คือในบางครั้งพอเขาไม่ได้คลิป เขาก็โมโหนิดนึง แล้วก็อาจจะมีปากมีเสียงกับการ์ดบ้างครับผม เพราะว่าผลสุดท้ายคนที่เป็นด่านแรกระหว่างเรากับคนนั้นๆ ก็จะเป็นทั้งพี่การ์ดและพี่ทีมงาน ซึ่งพี่การ์ดกับพี่ทีมงานเขาก็ช่วยเซฟเรา เขาก็จะเป็นคนแรกที่โดนก่อน

ส่วนตอนแรกที่เห็นคลิปปอนด์ ความรู้สึกแรกเหรอครับผม ตอนที่เห็นก็รู้สึกตกใจ รู้สึกตกใจตอนที่เห็น แล้วก็เลยเขียนไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น เป็นไงบ้าง แต่พอได้รับรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว เราก็เข้าใจครับ สำหรับการสื่อสารที่เราพยายามสื่อสารเกี่ยวกับซาแซง ถ้าถามว่ามันได้ผลบ้างมั้ย ผมว่าเรื่องนี้ตอบยาก คนฟังไม่ใช่คนทำครับ และก็คนทำไม่ใช่คนที่จะมาดูสัมภาษณ์ แต่ถามว่าอยากบอกอะไรคนที่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ในมุมมองผมแล้วกัน ศิลปินโดนเนี่ยเรารับได้ แต่ว่าคนรอบตัวที่เป็นคนที่แค่อยู่ตรงนั้นเฉยๆ และโดนรับผลกระทบเพราะเราไปด้วยเนี่ย เอ่อในพาร์ตเราด้วยความที่มันเกิดขึ้นเพราะเรา เราไม่สบายใจครับ อย่างเช่นถ้าในกรณีโรงแรมแล้วเขาวิ่งแล้วเขาไปชนกับคนอื่นที่มาพักโรงแรมเฉยๆ และเหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นเพราะเราเอง เราก็ไม่สบายใจครับ เราจะห่วงคนที่อยู่รอบๆ มากกว่าครับ ส่วนว่าต้องยกระดับการจัดการขึ้นมั้ย โดยปกติแล้วเวลาทั้งงานของศิลปินไทยเองและผมเห็นหลายๆ ครั้งศิลปินต่างชาติเองเนี่ย ก็มีการเตรียมการอยู่แล้วครับผม ว่าเอ่อเราจะเข้าออกยังไง เราจะทำอะไร เราจะจัดการตรงนี้ยังไงบ้าง แต่ว่าในบางครั้งสถานการณ์มันก็เลยเถิดไปนิดนึง ในส่วนของเราเตรียมการแล้ว แต่ห่วงแค่คนที่เขาไม่ได้รู้เรื่องด้วย หรือว่าคนอื่นที่จะโดนผลกระทบไปด้วยหรือบาดเจ็บเพราะเหตุการณ์แบบนี้ไปด้วยครับ”