“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” สัมภาษณ์ นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เรื่องความคุ้มค่าของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์)

ได้รับข้อมูลว่า สนข. ใช้งบประมาณศึกษารวม 110 ล้านบาท ใช้เวลาศึกษาประมาณ 4 ปีแล้วเสร็จ ผลการศึกษาพบว่ามีความคุ้มค่าทางการเงิน (FIRR) 8% และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) 12% ระยะเวลาคืนทุน 24 ปี เรื่องความคุ้มค่าในการก่อสร้างวงเงินลงทุน 1 ล้านล้านบาท สุดท้ายจะคุ้ม-ไม่คุ้ม ไม่ได้อยู่ที่ผลการศึกษาของ สนข. หรือผู้คัดค้านโครงการฯ แต่อยู่ที่นักลงทุนจะเป็นคนบอกว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม

สนข. ศึกษาภายใต้โมเดลกลุ่มลูกค้าที่มาใช้บริการเป็นเรือขนาดเล็กขนส่งสินค้าระยะทางสั้น และเปลี่ยนถ่ายลำที่ประเทศสิงคโปร์ มีปลายทางอยู่ในเอเชียใต้ อาทิ จีนใต้ ประเทศในมหาสมุทรอินเดีย และตะวันออกกลาง เรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ไม่ใช่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ปัจจุบันมีเรือขนาดเล็กจำนวนมากที่มาเปลี่ยนถ่ายลำที่ประเทศสิงคโปร์ ปัญหาเวลานี้คือตู้สินค้าที่จะต้องไปส่งต่อค้างอยู่ที่ท่าเรือนาน 5-7 วัน ต้องเสียค่าเช่าเรือ และต้องเดินเรืออ้อมสิงคโปร์ แต่หากมาใช้บริการแลนด์บริดจ์ จะใช้เวลายกขึ้นยกลงรวมแล้วไม่เกิน 3 วัน สามารถชนะเวลาการรอที่สิงคโปร์ได้

ในการวิเคราะห์เรามองว่า ไม่ได้หมายความว่าเรือที่เปลี่ยนถ่ายลำที่สิงคโปร์ จะมาแลนด์บริดจ์หมดทั้ง 100% สนข. ใช้ตัวเลขประมาณ 20% ของเรือที่เปลี่ยนถ่ายลำที่สิงคโปร์ทั้งหมดมาเป็นตัววิเคราะห์

ส่วนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการแลนด์บริดจ์ แบ่งเป็น 3 ส่วน 1.ท่าเรือฝั่ง จ.ชุมพร และฝั่ง จ.ระนอง สนข. เป็นผู้จัดทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) แล้วเสร็จ อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) 2.ถนน โดยกรมทางหลวง (ทล.) เป็นผู้จัดทำ EIA ยังไม่แล้วเสร็จ 3.ทางรถไฟ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นผู้จัดทำ EIA ยังไม่แล้วเสร็จ

สาเหตุที่ต้องแยกทำ EIA เป็น 3 ส่วน เนื่องจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) มีเป็นรายสาขา ทั้งทางน้ำ ทางบก และทางราง จึงต้องจัดทำแยกส่วนกัน เมื่อทั้ง 3 ส่วนผ่านการพิจารณาเรียบร้อย สนข. จะนำทั้งหมดรวมกันทั้ง EHIA และ EIA เป็นของโครงการแลนด์บริดจ์

นายจิรโรจน์ กล่าวด้วยว่า ผู้เป็นเจ้าของโครงการไม่ใช่กระทรวงคมนาคม ต้องจัดตั้งสำนักงานระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ในลักษณะเดียวกับสำนักงานคณะกรรมนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างเตรียมผลักดันร่าง พ.ร.บ.SEC เข้าสู่การพิจารณาของสภา เพื่อจัดตั้งสำนักงานและให้มีอำนาจหน้าที่ บทบาทกำกับดูแลต่อไป กระทรวงคมนาคมทำหน้าที่เตรียมองค์ประกอบต่างๆ ไว้ให้พร้อมเป็นคู่มือปรับเป็นสำนักงาน SEC

กรณีรัฐบาลจะทบทวนความเหมาะสมโครงการฯ ในทุกมิติสรุปผลภายใน 90 วัน คาดว่าจะนำผลการศึกษาของ สนข. ไปเป็นสารตั้งต้นทบทวนฯ