เมื่อวันที่ 7 พ.ค. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊ก ใจความสรุปว่า 3 วาระประชาชน ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องกล้าแสดงบทบาทนำของไทยบนเวทีสุดยอดอาเซียน(ASEAN Summit) ประเทศฟิลิปปินส์ คือ ข้อพิพาทพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา วิกฤติด้านพลังงาน และด้านสิ่งแวดล้อม  ประเด็นแรก เห็นว่าที่ ครม.มีมติยกเลิก MOU 44 ถือเป็นความเสี่ยงทั้งในแง่ภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลก การมีอยู่ของ MOU 44 อาจเป็นประโยชน์ต่อการรักษาผลประโยชน์ของไทย นายอนุทิน อาจมีโอกาสได้พบนายกฯ กัมพูชา เป็นโอกาสสำคัญที่จะหาข้อยุติ โดยการเจรจาทวิภาคี คือหนทางที่ดีที่สุดรักษาผลประโยชน์ของชาติ มากกว่าเสนอให้ข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ซึ่งมีบุคคลที่สามเข้ามาประนอมข้อพิพาท และเราอาจไม่สามารถควบคุมหรือคาดหมายผลของกระบวนการได้

ส่วนด้านวิกฤติพลังงาน ไทยต้องแสดงบทบาทผู้นำในการผลักดันโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) ให้เกิดเป็นรูปธรรม เสนอนายกฯ ให้เสนอความพร้อมการเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมอาเซียน โดยการตั้งศูนย์บัญชาการมลพิษทางอากาศ (CACC) และยกระดับขึ้นเป็นศูนย์ประสานงานระดับอาเซียน เพื่อสามารถแจ้งเตือนภัย และวางแผนจัดการแหล่งกำเนิดมลพิษข้ามแดนจากแต่ละประเทศสมาชิกล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ ควบคู่ไปกับการออกมาตรฐาน บังคับสินค้าเกษตรมีที่มาจากการเผา กำหนดหลักเกณฑ์การตรวจสอบห่วงโซ่อุปทาน จัดการสินค้าที่มาจากการเผาข้ามพรมแดนอย่างจริงจัง