สืบเนื่องจากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 69 ได้มีการโพสต์แจ้งเบาะแสว่า ในพื้นที่ย่านประชาอุทิศ ซอย 69, 75 และ 79 แขวงและเขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร มีกลุ่มคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองและพักอาศัยรวมตัวกัน พร้อมกับมีการเผยแพร่ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดภายในร้านค้าแห่งหนึ่งย่านซอยประชาอุทิศ 69 ซึ่งพบพฤติกรรมต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการลักทรัพย์ในร้านจำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ด (ร้าน 20 บาท) ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และสร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่
เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 69 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ รอง ผบก.ตม.1, ว่าที่ พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 ได้สั่งการให้ กก.สืบสวน บก.ตม.1 นำโดย พ.ต.ท.ยศธน กระบิน รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1, พ.ต.ท.หญิง โอภา กล้าหาญ สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1, ว่าที่ พ.ต.ท.ปิยะณัฐ รัตนเพียร สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.ตม.1 เข้าตรวจสอบในพื้นที่ดังกล่าว สืบสวนทราบว่าบุคคลที่ปรากฏตามภาพอาศัยอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ภายในซอยประชาอุทิศ 69 แยก 12 จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ เมื่อถึงสถานที่เกิดเหตุพบ นายเอ (นามสมมุติ) แสดงตนเป็นผู้ครอบครองดูแลสถานที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งวัตถุประสงค์ขอตรวจสอบสถานที่ ผู้ดูแลทราบและเข้าใจดีแล้วจึงได้เป็นผู้นำการตรวจสอบภายในบริเวณที่เกิดเหตุ พบบุคคลต่างด้าว 2 ราย ตำหนิรูปพรรณปรากฏตามภาพข่าว และคนต่างด้าวอีก 11 ราย รวม 13 ราย ตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทางพบว่าเป็นคนต่างด้าวสัญชาติปากีสถาน ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว อยู่โดยการอนุญาตสิ้นสุด

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งผู้ร้องเรียน ผู้ร้องเรียนยืนยันไม่ประสงค์จะดำเนินคดีเกี่ยวข้องกับทรัพย์เนื่องจากได้มีการชดใช้กันจนเป็นที่พึงพอใจแล้ว
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ทำการเปรียบเทียบปรับผู้ครอบครองที่พัก โดยกล่าวหาว่า รับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัยไม่แจ้งต่อเจ้าพนักงานภายใน 24 ชั่วโมง ตาม ม.38 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และได้แจ้งข้อกล่าวหาคนต่างด้าวทั้ง 13 ราย “เป็นคนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว อยู่โดยการอนุญาตสิ้นสุด (OVERSTAY)” และได้แจ้งสิทธิให้แก่ผู้ต้องหาคนต่างด้าวทั้งหมดทราบ จากนั้นจึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งครุ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ สตม. ขอประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ประกอบการที่พัก เจ้าของบ้าน ผู้ให้เช่า ให้ดำเนินการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 38 กำหนดให้เจ้าบ้าน ผู้ครอบครองเคหสถาน หรือผู้จัดการโรงแรม ซึ่งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่เวลาที่คนต่างด้าวเข้าพัก หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษตามกฎหมาย
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยืนยันว่า จะดำเนินการกวดขัน ตรวจสอบ และปราบปรามการกระทำผิดของคนต่างด้าวอย่างต่อเนื่อง หากประชาชนพบเห็นกลุ่มคนต่างด้าวที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคมหรือเข้ามากระทำผิดกฎหมายในประเทศไทย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่หมายเลขสายด่วน 1178 ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.



