สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ว่า องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) เผยแพร่รายงาน ว่าดัชนีราคาอาหารโดยรวมเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา มาอยู่ที่เฉลี่ย 130.7 จุด เพิ่มขึ้น 1.6% จากเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2566


ทั้งนี้ ดัชนีราคาน้ำมันพืชประจำเดือน เม.ย. พุ่งขึ้น 5.9% จากเดือน มี.ค. แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2565 จากราคาพืชหลักทั้งถั่วเหลือง ทานตะวัน เรปซีด และน้ำมันปาล์ม ขณะที่ดัชนีราคาเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น 1.2% ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากจำนวนวัวที่พร้อมเข้าโรงเชือดในบราซิลมีจำกัด


ด้านดัชนีราคาธัญพืชเพิ่มขึ้นเพียง 0.8% สะท้อนถึงความกังวลด้านสภาพอากาศ ต้นทุนปุ๋ย และความต้องการเชื้อเพลิงชีวภาพที่เพิ่มขึ้น ส่วนดัชนีราคาน้ำตาลปรับตัว ลดลง 4.7% เนื่องจากคาดการณ์ว่าจะมีอุปทานจำนวนมากจากบราซิล จีน และไทย


แม้ราคาน้ำมันพืชถูกผลักดันโดยต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ความต้องการเชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตจากวัตถุดิบอินทรีย์ เช่น พืชน้ำมัน เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย และแม้จะมีความหยุดชะงักที่เชื่อมโยงกับสงคราม แต่ระบบเกษตรอาหารยังคงแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่น โดยราคาธัญพืชเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเนื่องจากมีปริมาณสำรองที่เพียงพอจากฤดูกาลก่อนหน้า


นอกจากนี้ เอฟเอโอคาดการณ์ว่า การเพาะปลูกข้าวสาลีทั่วโลกในปีนี้อาจลดลง เนื่องจากเกษตรกรหันไปปลูกพืชที่ใช้ปุ๋ยน้อยกว่า หลังจากราคาปัจจัยการผลิตพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง จากสงครามในตะวันออกกลางซึ่งยังคงยืดเยื้อ.

เครดิตภาพ : REUTERS