เมื่อวันที่ 11 พ.ค.นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงแนวทางนโยบายการลดภาระครูคืนครูสู่ห้องเรียนว่า ตนได้หารือกับ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ มาตลอดถึงการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ ตนลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนก็พบว่า ครูได้สะท้อนถึงการทำโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ที่ต้องทำเอกสารประเมินตามโครงการนี้ในจำนวนที่มาก ซึ่งเป็นการเน้นการทำเอกสารมากกว่าการปฎิบัติ โดยนโยบายเรื่องลดภาระครูเป็นหัวใจสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่เราต้องทบทวนว่าอะไรที่มากเกินไป อะไรที่ไม่จำเป็นก็ควรตัดออก เพราะเวลาของครูควรอยู่กับการสอนและพัฒนาเด็ก ไม่ใช่นั่งทำโครงการเป็นปึกๆ วันหนึ่งเสียเวลาไปกับเอกสารมากกว่าการเตรียมการสอน รมช.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ตนได้เสนอแนวทางกับ รมว.ศึกษาธิการ ให้มีการทบทวนโครงการต่างๆ ของ ศธ. อย่างจริงจัง โดยเฉพาะโครงการที่สร้างภาระซ้ำซ้อนแก่โรงเรียนและครู และขอย้ำว่า การประเมินคุณภาพการศึกษาไม่ควรตัดสินจากจำนวนเอกสาร หรือการได้รับป้ายรับรองเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูว่าเด็กสามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริง มีทักษะชีวิต และเติบโตประสบความสำเร็จในอนาคตหรือไม่ โดยตนเชื่อว่าครูกว่า 90% ยังไม่เชื่อว่าศธ.จะลดภาระให้จริง เพราะที่ผ่านมาเหมือนมีแต่เพิ่มงาน ดังนั้น ศธ.ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าครั้งนี้ศธ.จะลดจริง ตัดจริง เพื่อคืนเวลาให้ครูได้กลับไปทำหน้าที่หลัก คือการสอนเด็กอย่างเต็มที่ “ในอนาคต ศธ.จำเป็นต้องประเมินผลโครงการต่างๆ ใหม่ทั้งหมด ว่าเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนจริงหรือไม่ ไม่ใช่วัดเพียงตัวชี้วัดหรือเอกสารรายงาน แต่ต้องตอบให้ได้ว่าโครงการนั้นช่วยยกระดับคุณภาพผู้เรียนและคุณภาพการศึกษาได้จริงเพียงใด เพราะสุดท้ายแล้ว “คุณภาพเด็ก” คือคำตอบสำคัญที่สุดของระบบการศึกษาไทย” นายอัครนันท์ กล่าว



