สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซานตาคลารา รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ว่า คดีฟ้องร้องเมื่อวันจันทร์ (11 พ.ค.) ในศาลสูงประจำซานตาคลาราเคาน์ตี ในนามของผู้อยู่อาศัยในรัฐแคลิฟอร์เนียทั้งหมด โดยกล่าวหาว่า เมตายอมให้มีการโฆษณาหลอกลวงในระดับโลก และได้เรียกร้องค่าชดเชย ค่าเสียหายทางแพ่ง และคำสั่งห้ามเมตา ไม่ให้ดำเนินธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม

ตามเอกสารภายในที่รอยเตอร์สรายงานครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว เมตามีรายได้มากถึง 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 226,814 ล้านบาท) จาก “โฆษณาหลอกลวงความเสี่ยงสูง”

แต่แทนที่บริษัทจะดำเนินการปราบปรามผู้โฆษณาหลอกลวงอย่างกว้างขวาง ซานตาคลาราเคาน์ตีระบุว่า เมตากลับยอมให้มีการกระทำผิดดังกล่าว และยังได้สร้าง “มาตรการป้องกัน” เพื่อขัดขวางความพยายาม หากการปราบปรามโฆษณาเหล่านี้จะทำให้บริษัทสูญเสียเงินจำนวนมาก

ซานตาคลารากล่าวหาเมตาว่า มีส่วนสำคัญในการก่อให้เกิดการระบาดของการฉ้อโกง โดยอนุญาตให้คนกลางขายบัญชีเพื่อลงโฆษณา ที่ได้รับการคุ้มครองจากการบังคับใช้กฎหมาย และกำหนดเป้าหมายโฆษณาหลอกลวงไปยังผู้ใช้ ที่เคยคลิกข้อเสนอปลอมที่คล้ายกันในอดีต โดยอ้างถึงการศึกษาของรอยเตอร์ส ซึ่งกล่าวหาระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ของเมตาว่า มักช่วย “นักการตลาดที่ไร้จริยธรรม” สร้างโฆษณาหลอกลวง.

เครดิตภาพ : REUTERS