สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซานตาคลารา รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ว่า คดีฟ้องร้องเมื่อวันจันทร์ (11 พ.ค.) ในศาลสูงประจำซานตาคลาราเคาน์ตี ในนามของผู้อยู่อาศัยในรัฐแคลิฟอร์เนียทั้งหมด โดยกล่าวหาว่า เมตายอมให้มีการโฆษณาหลอกลวงในระดับโลก และได้เรียกร้องค่าชดเชย ค่าเสียหายทางแพ่ง และคำสั่งห้ามเมตา ไม่ให้ดำเนินธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม
ตามเอกสารภายในที่รอยเตอร์สรายงานครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว เมตามีรายได้มากถึง 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 226,814 ล้านบาท) จาก “โฆษณาหลอกลวงความเสี่ยงสูง”
California's Santa Clara County has sued Meta, alleging it has profited from Facebook and Instagram ads promoting scams in violation of California's false advertising and unfair business practices laws https://t.co/ovt2TnUNCm
— Reuters (@Reuters) May 12, 2026
แต่แทนที่บริษัทจะดำเนินการปราบปรามผู้โฆษณาหลอกลวงอย่างกว้างขวาง ซานตาคลาราเคาน์ตีระบุว่า เมตากลับยอมให้มีการกระทำผิดดังกล่าว และยังได้สร้าง “มาตรการป้องกัน” เพื่อขัดขวางความพยายาม หากการปราบปรามโฆษณาเหล่านี้จะทำให้บริษัทสูญเสียเงินจำนวนมาก
ซานตาคลารากล่าวหาเมตาว่า มีส่วนสำคัญในการก่อให้เกิดการระบาดของการฉ้อโกง โดยอนุญาตให้คนกลางขายบัญชีเพื่อลงโฆษณา ที่ได้รับการคุ้มครองจากการบังคับใช้กฎหมาย และกำหนดเป้าหมายโฆษณาหลอกลวงไปยังผู้ใช้ ที่เคยคลิกข้อเสนอปลอมที่คล้ายกันในอดีต โดยอ้างถึงการศึกษาของรอยเตอร์ส ซึ่งกล่าวหาระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ของเมตาว่า มักช่วย “นักการตลาดที่ไร้จริยธรรม” สร้างโฆษณาหลอกลวง.
เครดิตภาพ : REUTERS



