เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2569 เวลา 17.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นสาธารณรัฐฝรั่งเศส) ซึ่งตรงกับเวลาในประเทศไทย คือ 22.00น. วันที่ 13 พ.ค. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เป็นประธานเปิดคูหาประชาสัมพันธ์อุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์  ในนามประเทศไทย หรือ “Thailand Pavilion” ภายในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 79 ณ หมู่บ้านนานาชาติ เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยมีน.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) น.ส.รานี อิฐรัตน์ รองปลัดวธ. นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อุยธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.)  ผู้ประกอบการภาพยนตร์ทั้งไทยและต่างประเทศ เข้าร่วมงาน

โดยนางศุภจี กล่าวว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ของไทยเป็นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพสูง สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ และส่งเสริมการจ้างงาน รวมถึงเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ภาพยนตร์ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการเผยแพร่อัตลักษณ์ วัฒนธรรม และภาพลักษณ์ สร้างเครือข่าย และขยายตลาดในระดับสากล ทั้งนี้ การเข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สร้างความเชื่อมั่นให้กับพันธมิตรต่างประเทศ และเพิ่มโอกาสให้ผลงานไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลชื่นชมต่อการบูรณาการความร่วมมือของภาครัฐ อาทิ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ไทยมีบทบาทบนเวทีระดับโลก ความร่วมมือดังกล่าวนับเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ประกอบการไทย และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า วธ.กำหนดยุทธศาสตร์ในการผลักดันอุตสาหกรรมคอนเทนต์วัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก ภายใต้แนวคิด “Content Thailand” ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาผลงานคุณภาพ และผลักดันอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยสู่เวทีนานาชาติ โดยประเทศไทยบูรณาการร่วมกันระหว่างวธ. กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทย รวมถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก และขอแสดงความยินดีกับภาพยนตร์เรื่อง “9 Temples to Heaven”   (9 วัดสู่สวรรค์)  และ “What do you seek in the dark?” (หาอะไร?) ซึ่งได้รับคัดเลือกให้เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 79 โดย “9 Temples to Heaven” ได้รับคัดเลือกในสาย Directors’ Fortnight และ “What Do You Seek in the Dark?” ได้รับคัดเลือกในสาย Critics’ Week ซึ่งนับเป็นความสำเร็จสำคัญของวงการภาพยนตร์ไทยบนเวทีโลก นอกจากนี้ ประเทศไทยยังจัดกิจกรรม Thai Pitch โดยนำภาพยนตร์ ที่ผ่านการคัดเลือก จำนวน 3 โครงการ มานำเสนอแนวคิดและศักยภาพของผลงานต่อนักลงทุน ผู้ร่วมผลิต และผู้ที่สนใจ โดยมีผู้กำกับและผู้สร้างภาพยนตร์เข้าร่วมแลกเปลี่ยนและต่อยอดความร่วมมือ ทั้งยังจัดกิจกรรมร่วมกับสื่อชั้นนำในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และบันเทิงระดับโลก “Deadline” ภายใต้ชื่อ “Thai Cinema Global Showcase 2026” เพื่อขยายโอกาสสู่ตลาดนานาชาติ พร้อมกันนี้ ยังได้นำผู้ประกอบการไทยจำนวน 15 บริษัท เข้าร่วมตลาดภาพยนตร์ เพื่อจัดแสดงผลงานและเจรจาธุรกิจในระดับนานาชาติ

“อีกหนึ่งความพิเศษสำคัญในปีนี้ ประเทศไทยได้ประกาศมาตรการส่งเสริมการจ้างผลิตดิจิทัลคอนเทนต์จากต่างประเทศ โดยบริษัทต่างชาติที่ว่าจ้างผู้ผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ของไทย ที่มีมูลค่าสัญญาขั้นต่ำต่อโครงการตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป จะได้รับการสนับสนุนในรูปแบบเงินคืน (Cash Rebate) สูงสุดถึง 20%  ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวครอบคลุมบริการด้านการผลิตดิจิทัลคอนเทนต์อย่างครบวงจร อาทิ แอนิเมชัน วิชวลเอฟเฟกต์ เกม และงานโพสต์โปรดักชัน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมสื่อสร้างสรรค์ไทยสู่ระดับสากล” รมว.วธ. กล่าว