เมื่อวันที่ 14 พ.ค. นายสรรเพชญ บุญญามณี  รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายให้บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) บริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ว่า ได้ให้ SRTA เร่งพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ และบริหารทรัพย์สินทั่วประเทศของ รฟท. อย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างรายได้อย่างมั่นคง สนับสนุนการฟื้นฟูกิจการของ รฟท. และลดภาระทางการเงินของภาครัฐในระยะยาว โดยเมื่อปลายปี 2568 ทาง SRTA ได้รับมอบสัญญาเช่าจาก รฟท. มาแล้ว 1.2 หมื่นสัญญา ครอบคลุมทั้งพื้นที่เชิงพาณิชย์ พื้นที่สถานี และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำฐานข้อมูลสัญญา และการบริหารจัดการรายได้ เพื่อให้การบริหารเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า ในช่วงที่ผ่านมา SRTA ได้เริ่มเข้าไปบริหารจัดเก็บค่าเช่า และดูแลสัญญาแล้ว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามรายได้ และสามารถลดปัญหาสัญญาค้างสะสมที่เกิดขึ้นมานานได้ โดยเน้นย้ำว่าเป้าหมายสำคัญคือ ต้องเปลี่ยนทรัพย์สินของ รฟท. จากที่ดินที่รอการพัฒนา ให้กลายเป็นสินทรัพย์เศรษฐกิจที่สร้างรายได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว และเป็นเครื่องมือสำคัญในการฟื้นฟูฐานะทางการเงินของ รฟท. ทั้งนี้ในปี 2569 จะเป็นปีแรกที่ SRTA จะสามารถทำรายได้จากการบริหารสัญญาได้ โดยตั้งเป้าหมายจะสามารถนำส่งรายได้ให้ รฟท. ได้รวมประมาณ 3,335 ล้านบาท แบ่งเป็น  รายได้จากการบริหารสัญญาเช่าเดิม 2,068 ล้านบาท และรายได้จากการปล่อยเช่าช่วง รวมถึงการพัฒนาโครงการใหม่อีกประมาณ 1,266 ล้านบาท 

นายสรรเพชญ กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน รฟท. มีที่ดินที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเดินรถ (Non-core Business) ทั่วประเทศกว่า 3.9 หมื่นไร่ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3.6 แสนล้านบาท แต่ที่ผ่านมาใช้ประโยชน์ไปเพียง 9% อย่างไรก็ตามในระยะแรก SRTA จะเร่งผลักดันพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงรวมกว่า 1,200 ไร่ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดก่อน โดยจะนำมาพัฒนาภายใต้แนวคิดการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟ ควบคู่กับการพัฒนาเมืองและชุมชน (TOD) ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับการใช้ประโยชน์ที่ดิน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ทรัพย์สินของรัฐในระยะยาว 

นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีหลายพื้นที่ที่มีความคืบหน้าในการดำเนินงาน อาทิ พื้นที่บางซื่อ (แปลง E) อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางพัฒนาอาคารกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะแบบผสมผสาน (มิกซ์ยูส) และพื้นที่นิคมรถไฟ กม.11 (แปลง G) ซึ่งมีเอกชนหลายรายให้ความสนใจเข้าร่วมลงทุน โดยพื้นที่บางซื่อซึ่งมีแผนพัฒนาในระยะยาว 14 ปี มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 2.23 แสนล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ 9 แปลง (A-I) เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ทั้งในด้านธุรกิจ การอยู่อาศัย และระบบคมนาคมขนส่งที่เชื่อมโยงอย่างครบวงจร

นายสรรเพชญ กล่าวด้วยว่า โครงการขนาดใหญ่บางแปลง โดยเฉพาะพื้นที่ในกรุงเทพฯ อาจต้องใช้ระยะเวลาในการเตรียมความพร้อม และศึกษาโครงการเพิ่มเติม ทำให้ในช่วงปีงบประมาณ 2569 การเปิดประมูลจะเน้นไปที่แปลงขนาดกลาง และขนาดเล็ก ส่วนแปลงขนาดใหญ่คาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจน และทยอยเปิดประมูลได้ในปีงบประมาณ 2570 ทั้งนี้ได้กำหนดเป้าหมายให้ SRTAว่า ภายใน 4 ปีของรัฐบาลชุดนี้ จะต้องเพิ่มผลตอบแทนจากทรัพย์สิน(Yield) ของ รฟท. จากปัจจุบันอยู่ที่ 1% ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด เป็น 4% 

ด้าน น.ส.ไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล ประธานกรรมการ (บอร์ด) SRTA กล่าวว่า ภายในปีงบประมาณ 2569 SRTA มีแผนทำสัญญาที่ดินศักยภาพสูง อาทิ ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ย่านมักกะสัน กว่า 1 ไร่ จะพัฒนาเป็นโรงแรม ปัจจุบันเตรียมเปิดประมูลหาเอกชนลงทุน รวมถึงที่ดินย่าน RCA และที่ดินพร้อมอาคารกลาสเฮาส์ รัชดา บริเวณถนนรัชดาภิเษก อยู่ระหว่างเจรจาทำสัญญาเช่า ส่วนแผนงานปี 2570 SRTA จะผลักดันที่ดิน 10 แปลงใหญ่ที่ได้รับมอบจาก รฟท. อาทิ ที่ดินแม่น้ำ 160 ไร่, พื้นที่บางซื่อ แปลง E จะศึกษาเพื่อรองรับการก่อสร้างอาคาร ให้กระทรวงคมนาคมเช่าเป็นกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ และโครงการเชิงพาณิชย์แบบผสมผสาน (มิกซ์ยูส) ส่วนแปลง A เดิมมีแผนใช้พื้นที่สำหรับสร้างออฟฟิศ และการให้บริการเดินรถของบริษัท ขนส่ง จำกัด(บขส.) ส่วนจะมีข้อสรุปอย่างไรอยู่ระหว่างการหารือร่วมกัน.