เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 14 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลว่าไม่ให้ความสำคัญกับเสียงประชามติของประชาชน 21 ล้านเสียง ที่ต้องการให้เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ค้างอยู่ในรัฐสภาชุดที่ผ่านมา ว่า ตนเคยแสดงความเห็นไปแล้วว่า ในมุมของรัฐบาล การไม่ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ในรัฐสภา เป็นเพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภาที่ผ่านมา เคยเป็นเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การยุบสภา เนื่องจากเกิดความขัดแย้งเรื่องการตัดอำนาจ สว. 1 ใน 3 ในการให้ความเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

“หากรัฐบาลยืนยันร่างกลับไป อาจคาดการณ์ได้ว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นในสภาคงไม่ต่างจากเหตุการณ์ก่อนยุบสภา และเชื่อว่าวาระ 3 คงไม่สามารถโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ส่งผลให้เสียเวลา เพราะจะไม่สามารถเสนอญัตติที่มีลักษณะเดียวกันได้อีกภายในสมัยประชุมเดียวกัน และอาจทำให้เจตนารมณ์ของผู้ที่ออกไปทำประชามติเสียไป” นายภราดร กล่าว 

นายภราดร กล่าวว่า เมื่อมีสภาชุดใหม่ จึงเป็นเหตุอันชอบธรรมที่ สส. และพรรคการเมืองจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ โดยพรรคภูมิใจไทยจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมพรรคในวันที่ 19 พ.ค. ซึ่งขณะนี้ได้ยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้แล้ว หากที่ประชุมพรรคเห็นชอบ ก็จะใช้รายชื่อ สส. ของพรรคจำนวน 192 คน เสนอร่างแก้ไขเพียงพรรคเดียว เนื่องจากมีจำนวนเพียงพอตามเงื่อนไข 1 ใน 5 ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ทั้งนี้ เนื้อหาหลักของร่างใหม่จะไม่นำประเด็นปัญหาในร่างเดิมกลับมาเขียนไว้ เพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นตรงกัน และสามารถเดินหน้าต่อได้ พร้อมกำหนดให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาจากการคัดเลือกผ่านกลไกรัฐสภา โดยเปิดให้ผู้สนใจสมัครเข้ามา