นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ วิกฤตราคาปุ๋ยและเคมีเกษตร ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตของเกษตรกร โดยขณะนี้ราคาปุ๋ยยูเรีย ขยับสูงขึ้นไปถึงกว่า 1,500 ต่อกระสอบแล้ว ขณะที่ราคารับซื้อผลผลิตการเกษตรรวมถึงทุเรียนกลับมีแนวโน้มลดลง ซึ่งได้มอบหมายให้ กรมวิชาการเกษตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งขับเคลื่อนนโยบายปรับเปลี่ยนแนวทางและส่งเสริมการลดต้นทุนเกษตรกร ด้วยการลดการใช้ปุ๋ยเคมีและเคมีเกษตร เน้นเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืช สนับสนุนมาตรการใช้ปุ๋ยเคมีต่อปุ๋ยอินทรีย์และชีวภัณฑ์ ในอัตราส่วน 70 : 30 เพื่อความยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหวังเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตร และส่งเสริมการผลิตพืชปลอดภัย พืชอินทรีย์ และพืชคาร์บอนต่ำนั้น และเพื่อเพิ่มการส่งเสริมอย่าง มีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตามในวันที่ 19 พ.ค. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเสนอขอความเห็นชอบจาก ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในการขอใช้งบกลาง จำนวน 6,500 ล้านบาท เพื่อใช้สนับสนุนนโยบาย ครอบคลุมพืชไร่ พืชสวน และไร่นา โดยจะนำร่องในกลุ่มเกษตรกรที่มีความพร้อมจะปรับเปลี่ยนการใช้ปัจจัยการผลิต อาทิ กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ วิสาหกิจชุมชน และสถาบันเกษตรกรเป็นต้น ซึ่งคาดว่าหากได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้วน่าจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ในการจัดเตรียม ปุ๋ยชีวภาพและสารชีวพันธุ์ พร้อมยอมรับว่าโครงการดังกล่าวไม่ทันต่อฤดูกาลผลิตข้าวที่จะถึงในเร็วๆนี้ แต่คาดว่าจะนำร่องได้ในกลุ่มไม้ยืนต้น พืชไร่และพืชสวนก่อน
“ส่วนงบประมาณ 6500 ล้านบาทจะเพียงพอต่อการส่งเสริมเกษตรกรทั่วประเทศหรือไม่นั้น เรื่องนี้ต้องพิจารณาถึงงบกลาง ของรัฐบาลที่มีอยู่ในขณะนี้เสียก่อน ซึ่งทราบว่าในขณะนี้งบกลางค่อนข้างเหลือน้อย แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องรอผลการพิจารณาของที่ประชุม ครม. ในวันอังคารที่จะถึงนี้ว่าจะมีทิศทางอย่างไร”



