เมื่อเวลา 11.53 น. วันที่ 18 พ.ค. 2569 ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ (โฆษก ทอ.) กล่าวกับสื่อมวลชนถึงความคืบหน้าการจัดหาเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูง “กริพเพน อีเอฟ” เข้าประจำการว่า เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะประธานคณะกรรมการ และฝ่ายรัฐบาลในโครงการจัดซื้อครั้งนี้ ได้เดินทางไปประชุมที่ประเทศสวีเดนร่วมกับรัฐบาลสวีเดน หารือถึงการดำเนินโครงการในระยะที่ 2 ซึ่งกองทัพอากาศจะเสนอของบประมาณในปีงบประมาณ 2571 โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ช่วงเวลานี้ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของโครงการ
โครงการถูกแบ่งออกเป็นหลายระยะ เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ จึงต้องมีการพูดคุยและเจรจา เพื่อให้แผนการจัดหาทดแทนครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสามารถนำเครื่องบินขับไล่ “กริพเพน อีเอฟ” เข้าประจำการได้ตามแผนที่กำหนดไว้ กองทัพอากาศได้ปรับโครงสร้างกำลังรบ เพื่อให้พร้อมรองรับกับสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หากมีความจำเป็นต้องใช้กำลังในอนาคต กองทัพอากาศต้องมีความพร้อมในทุกมิติ เพื่อปฏิบัติการทางอากาศ รักษาผลประโยชน์ของชาติ และปกป้องอธิปไตยของไทย
พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ กล่าวอีกว่า โครงการ “กริพเพน อีเอฟ” ของกองทัพอากาศไทย จะจัดซื้อทั้งหมด 12 เครื่อง เพื่อนำมาทดแทนเครื่องบินขับไล่ F-16 ของฝูงบิน 102 ซึ่งปัจจุบันปลดประจำการไปแล้ว โดยขณะนี้กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา ยังเหลือเครื่องบิน F-16 ของฝูงบิน 103 ประจำการอยู่ และคาดว่าจะสามารถนำเครื่องบินเข้าประจำการครบทั้ง 12 เครื่องได้ภายในปี 2580 ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลในแต่ละช่วงเวลา
ต้องยอมรับว่าการจัดหาเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงจำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก จึงต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับสถานการณ์งบประมาณ ขณะที่กองทัพอากาศมีหน้าที่ชี้แจงให้เห็นถึงความจำเป็นในการทดแทน เพื่อรักษาความพร้อมรบและขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่อง
เมื่อถามถึงการปรับโครงสร้างกำลังรบ จากเดิมที่กองทัพอากาศมีเครื่องบินจำนวนมาก พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ กล่าวว่า ต้องมองภาพรวมว่าอะไรสามารถทดแทนเครื่องบินรบได้ จากบทเรียนความขัดแย้งที่ผ่านมา พบว่ามีการใช้โดรนกามิกาเซะ (Kamikaze Drone) และอาวุธยิงระยะไกลมากขึ้น ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ คงไม่สามารถดำรงขีดความสามารถเช่นในอดีตที่เคยมีถึง 8 ฝูงบินขับไล่ได้ ดังนั้น ต้องกลับมาพิจารณาว่าจำนวนเท่าใดจึงจะเหมาะสม
คาดว่าในอนาคตอาจเหลือประมาณ 3 ฝูงบิน แต่จากสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ทำให้ต้องกลับมาทบทวนว่า โครงสร้างกำลังรบที่สมดุลในทุกมิติ ควรต้องดำรงขีดความสามารถของฝูงบินขับไล่ไว้กี่ฝูงบิน ซึ่งถือเป็นโจทย์ที่ท้าทาย
เมื่อถามว่าเครื่องบินขับไล่ กริพเพน อีเอฟ ลำแรก จะสามารถเข้าประจำการแทน F-16 ได้เมื่อใด พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ กล่าวว่า ในปี 2572 จะเริ่มเฟสแรกทยอยเข้าประจำการ โดยโครงการทั้งหมดมีการวางแผนไว้แล้ว ส่วนเฟส 2 ยังไม่สามารถยืนยันจำนวนเครื่องได้ เนื่องจากต้องเสนอของบประมาณในปี 2571 ทั้งนี้ การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ไม่สามารถดำเนินการได้ทันที เพราะต้องใช้เวลาในการผลิต อีกทั้งเมื่อได้รับเครื่องบินแล้ว ยังต้องใช้เวลาในการฝึกนักบินให้มีความพร้อม โดยคาดว่าจะใช้เวลาฝึกอย่างน้อย 5-6 ปี และอาจนานถึง 10 ปี จึงจะสามารถสร้างนักบินพร้อมรบได้ 24 นายต่อ 1 ฝูงบิน
พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เครื่องบินขับไล่ที่กองทัพอากาศจัดซื้อในปัจจุบัน มีขีดความสามารถด้านเอไอสูง ซึ่งช่วยสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของนักบินได้อย่างมาก โดย กริพเพน รุ่นใหม่มีระบบคอมพิวเตอร์ 2 ชุด ชุดแรกทำหน้าที่ควบคุมระบบการบินหลัก ส่วนอีกชุดช่วยให้สามารถเข้าถึงและเชื่อมโยงระบบต่าง ๆ ได้
เครื่องบินขับไล่ทุกแบบที่กองทัพอากาศไทยจัดซื้อ ล้วนผ่านการคัดเลือกอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ติดตั้งกับเครื่องบิน ทั้งจรวดนำวิถีความร้อน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีชั้นนำของโลกที่สามารถยิงได้ไกลหลายร้อยกิโลเมตร การจัดซื้อไม่ได้มีเพียงเครื่องบิน แต่รวมถึงระบบอาวุธที่ทำให้เรามั่นใจว่าเหนือกว่าภัยคุกคามรอบด้าน ต่อให้ประเทศเพื่อนบ้านมีเครื่องบินรบในอนาคต เมื่อเรารบ เราก็ต้องชนะ



