เมื่อวันที่ 22 พ.ค.พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้กำลังชุดหนุมานและคอมมานโด นำโดย พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. และ พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเข้าทำการจับกุม นายทัศน์ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดราชบุรี ที่ 61/2569 ในข้อหาประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ได้ที่บริเวณหน้าห้องพักภายในอาคาร 37 บ้านเอื้ออาทรร่มเกล้า 2 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องมาจากในช่วงปี 2565 มีกลุ่มนายทุนนอกระบบลักลอบเข้ามาปล่อยเงินกู้ในพื้นที่ชุมชนและหมู่บ้านในแถบจังหวัดเพชรบุรีและราชบุรี โดยเสนอเงื่อนไขล่อใจให้กู้ยืมเงินอย่างง่ายดาย แต่กลับแฝงไปด้วยสัญญาหน้าเลือดที่เรียกเก็บดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 20 ต่อเดือน หรือคิดเป็นอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 240 ต่อปี โดยกลุ่มคนร้ายจะส่งทีมงานมาเดินสายเก็บเงินเป็นรายวัน ทว่าเมื่อเศรษฐกิจซบเซาและผู้เสียหายเริ่มประสบปัญหาทางการเงินจนไม่สามารถหาเงินมาผ่อนชำระได้ตามกำหนด แก๊งเงินกู้นี้ก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ กลุ่มนายทุนและลูกน้องข่มขู่คุกคามเหยื่ออย่างหนัก มีการโทรศัพท์ตามทวงหนี้กดดันตลอดทั้งวันทั้งคืนโดยไม่ให้พักผ่อน
ใช้ถ้อยคำหยาบคายรุนแรง และขู่เอาชีวิตหากไม่นำเงินมาจ่าย

ยิ่งไปกว่านั้นแก๊งทวงหนี้ยังก้าวร้าวถึงขั้นบุกไปปิดล้อมและพังประตูบ้านของผู้เสียหายเพื่อกดดันและแสดงอิทธิพล ข่มขู่จะทำร้ายร่างกายสมาชิกในครอบครัว จนสร้างความหวาดกลัวและตื่นตระหนกให้กับเหยื่อเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ผู้เสียหายและคนในบ้านไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเท้าออกจากบ้าน ไม่สามารถออกไปทำมาหากินหรือใช้ชีวิตตามปกติได้ ราวกับถูกกักขังอยู่ในบ้านตัวเองด้วยความหวาดผวา ในที่สุดจึงตัดสินใจรวบรวมความกล้าหอบหลักฐานเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนเพื่อขอความช่วยเหลือ

โดยล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโด กก.4 บก.ปพ. ได้ทำการสืบสวนแกะรอยทางลับจนกระทั่งสายลับแจ้งเบาะแสสำคัญว่า นายทัศน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวการใหญ่ของขบวนการนี้ ได้หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่มาซ่อนตัวกบดานอยู่ในย่านเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง จึงได้วางกำลังเฝ้าจุดสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด จนกระทั่งพบบุคคลที่มีรูปพรรณสัณฐานและรอยตำหนิตรงตามหมายจับปรากฏตัวอยู่หน้าห้องพักดังกล่าว นายสุทัศน์จึงจำนนด้วยหลักฐานและยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายทัศน์ ยังให้การภาคเสธ โดยอ้างว่าตนเองเคยเดินทางไปปล่อยเงินกู้นอกระบบในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและราชบุรีจริง โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อเดือนจริง แต่ในส่วนของการข่มขู่คุกคามทำร้ายร่างกายลูกหนี้นั้น ตนไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องแต่อย่างใด พร้อมกับซัดทอดไปว่ามีเพื่อนสนิทชื่อ “เอ็ม” อายุประมาณ 30 กว่าปี ได้แอบอ้างนำชื่อของตนไปใช้ในการปล่อยเงินกู้และส่งคนไปตามทวงหนี้โหด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การแก้ตัวดังกล่าว เนื่องจากแนวทางการสืบสวนและพฤติการณ์ในอดีตพบว่านายสุทัศน์เคยเดินสายปล่อยเงินกู้นอกระบบและมีพฤติกรรมฉ้อฉลในลักษณะนี้มาแล้วในหลายจังหวัด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านคา จังหวัดราชบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.