การถูกเลิกจ้างกะทันหันหรือถูกจ้างออก เป็นสถานการณ์ที่มนุษย์เงินเดือนไม่มีใครอยากเจอ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องตั้งสติ และทำความเข้าใจสิทธิของตัวเองทันที บทความนี้ได้สรุปข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสิทธิแรงงาน และเงินชดเชยเลิกจ้างจาก Krungsri The COACH แหล่งรวมความรู้ทางการเงินมาไว้ให้แล้ว ใครที่กำลังเผชิญเหตุการณ์นี้อยู่ สามารถนำวิธีรับมือไปปรับใช้เพื่อรักษาสิทธิของตัวเองได้เลย


ถูกให้ออกโดยไม่มีความผิด ได้เงินชดเชยเลิกจ้างกี่บาท ?

หากลูกจ้างถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายเงินชดเชยเลิกจ้างให้ครบถ้วน โดยคำนวณจากอายุงานต่อเนื่อง และฐานเงินเดือนสุดท้าย เพื่อเป็นเงินก้อนสำรองสำหรับใช้จ่ายระหว่างหางานใหม่


อัตราเงินชดเชยเลิกจ้างตามอายุงาน

เกณฑ์การจ่ายเงินชดเชยเลิกจ้างจะเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของอายุงาน ดังนี้

อายุงานของลูกจ้างอัตราเงินชดเชยที่ได้รับ
ทำงานติดต่อกันครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปีไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 30 วัน (1 เดือน)
ทำงานติดต่อกันครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปีไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 90 วัน (3 เดือน)
ทำงานติดต่อกันครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปีไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 180 วัน (6 เดือน)
ทำงานติดต่อกันครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปีไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 240 วัน (8 เดือน)
ทำงานติดต่อกันครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปีไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 300 วัน (10 เดือน)
ทำงานติดต่อกันครบ 20 ปีขึ้นไปไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 400 วัน


ค่าชดเชยพิเศษในกรณีถูกเลิกจ้างจากการปรับโครงสร้างองค์กร

หากถูกเลิกจ้างเพราะบริษัทนำเทคโนโลยีมาใช้แทน หรือยุบแผนกเพื่อปรับโครงสร้างองค์กร ลูกจ้างที่มีอายุงานตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป จะได้ “ค่าชดเชยพิเศษ” เพิ่มจากเงินชดเชยเลิกจ้างปกติ โดยจ่ายเพิ่มไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 15 วันต่ออายุงาน 1 ปี (สูงสุดไม่เกิน 360 วัน)


สิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่ห้ามลืมเรียกร้องเด็ดขาด

นอกจากเงินชดเชยเลิกจ้างก้อนหลักแล้ว ลูกจ้างยังมีสิทธิได้รับเงินค้างชำระอื่น ๆ ในวันสุดท้ายของการทำงาน ซึ่งห้ามลืมทวงถามเด็ดขาด ได้แก่

  • ค่าตกใจ (สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า) : กรณีนายจ้างให้ออกทันทีโดยไม่แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 งวดเงินเดือน
  • ค่าจ้างค้างจ่าย และ OT : เงินเดือนตามสัดส่วนวันที่ทำไปแล้ว รวมถึงค่าล่วงเวลา และค่าทำงานในวันหยุด
  • คืนเงินวันลาพักร้อน : วันลาพักร้อนสะสมที่ยังไม่ได้ใช้ นายจ้างต้องคำนวณคืนเป็นเงินสด


เงินชดเชยเลิกจ้าง ต้องนำไปเสียภาษีหรือไม่ ?

เงินชดเชยเลิกจ้างต้องเสียภาษีไหม

สรรพากรกำหนดให้เงินชดเชยเลิกจ้างส่วนที่ไม่เกินค่าจ้าง 400 วันสุดท้าย และมียอดรวมไม่เกิน 600,000 บาท ได้รับสิทธิ “ยกเว้นภาษี” ไม่ต้องนำไปคำนวณภาษีประจำปี

แต่หากได้เกินกว่านี้ ให้นำเฉพาะส่วนที่เกิน 600,000 บาทไปเสียภาษีตามปกติ สำหรับใครที่เคยเผลอนำเงินชดเชยส่วนที่ได้รับการยกเว้นไปจ่ายภาษีแล้ว สามารถยื่นขอคืนภาษีย้อนหลังได้ภายใน 3 ปี


มีกรณีไหนบ้างที่ไม่ได้เงินชดเชย ?

กฎหมายมีข้อยกเว้นหากลูกจ้างทำความผิดร้ายแรง นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยเลิกจ้าง ได้แก่

  • ทุจริตต่อหน้าที่ หรือทำความผิดอาญาโดยเจตนาต่อนายจ้าง
  • จงใจทำให้นายจ้างหรือบริษัทได้รับความเสียหาย
  • ประมาทเลินเล่อจนบริษัทเสียหายอย่างร้ายแรง
  • ฝ่าฝืนกฎระเบียบการทำงาน โดยนายจ้างเคยออกหนังสือเตือนแล้ว (เว้นแต่เป็นกรณีร้ายแรงที่ไม่ต้องเตือน)
  • ละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร
  • ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด


โดนเบี้ยวค่าชดเชย หรือเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ต้องทำอย่างไร ?

วิธีรับมือถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

หากนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย จ่ายไม่ครบ หรือให้ออกอย่างไม่เป็นธรรม ให้รวบรวมหลักฐาน เช่น สัญญาจ้าง สลิปเงินเดือน หนังสือเลิกจ้าง หรือประวัติแชต แล้วดำเนินการตามช่องทางนี้

  • ร้องเรียนพนักงานตรวจแรงงาน : ติดต่อกรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และสั่งการให้นายจ้างจ่ายเงิน
  • ยื่นฟ้องศาลแรงงาน : หากไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ สามารถยื่นฟ้องศาลแรงงานได้โดยตรง ไม่มีค่าใช้จ่าย และดำเนินการเองได้โดยไม่ต้องใช้ทนาย


การถูกเลิกจ้างกะทันหันอาจทำให้การเงิน และชีวิตสะดุด แต่การรู้สิทธิแรงงาน และเกณฑ์รับเงินชดเชยเลิกจ้าง จะช่วยให้เรียกร้องสิทธิได้อย่างครบถ้วน และไม่เสียเปรียบ การวางแผนการเงินอย่างมีสติ และใช้เวลาว่างอัปสกิลความรู้ใหม่ ๆ จะช่วยให้ก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้ และพร้อมเริ่มต้นใหม่บนเส้นทางที่มั่นคงกว่าเดิม