เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการหารือกับนายดาตุ๊ก วัน ไซดี วัน อับดุลลอฮ์ เอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย พร้อมคณะที่เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะเพื่อแสดงความยินดีต่อกันหลังจากทั้งสองฝ่ายเข้ารับตำแหน่งใหม่เหมือนกัน โดยมีการพูดคุยถึงความสัมพันธ์อันดีของ 2 ประเทศ ซึ่งขณะนี้นักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย เดินทางเข้ามาประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่ง มากกว่าจีน
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่สำคัญ ในฐานะตนเป็นที่ปรึกษานายกฯ ที่ได้รับดูแลการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ คิดว่าความสัมพันธ์ที่ดีของสองประเทศจะช่วยการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มากยิ่งขึ้นในทุกด้าน ทั้งการพูดคุยเพื่อสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเจรจา ระหว่างรัฐบาลกับผู้เห็นต่าง หากได้รับความร่วมมือก็จะทำให้การเจรจาสร้างความเข้าใจที่ดี เพื่อสร้างสันติสุขก็น่าจะมีความคืบหน้า
นายวันมูหะมัดนอร์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจาสันติสุข ว่า การเจรจาน่าจะมีความชัดเจนขึ้น หลังจากหยุดชะงักไป 2 ปีที่ไม่ได้เจรจากัน ซึ่งจะจัดให้มีการพูดคุยกันในรัฐบาลชุดนี้ โดยคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือน มิ.ย. นี้ ส่วนการเตรียมการด้านเทคนิค ได้มีการพูดคุยไปบ้างแล้ว และจะพูดคุยต่อไปในช่วงต้นเดือน มิ.ย. ก่อนที่จะเป็นการพูดคุยระดับคณะพูดคุยที่มีนายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน มิ.ย. นี้ ที่มาเลเซีย
เมื่อถามว่า มาเลเซียมีท่าทีต่อหัวหน้าคณะพูดคุยคนใหม่อย่างไร นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า จากการหารือกับทูตมาเลเซีย เขามองว่าหัวหน้าคณะพูดคุยครั้งนี้ คงจะนำความคืบหน้าในการเจรจามากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นทรรศนะของมาเลเซีย เพราะนายฐนัตถ์ น่าจะเคยเจอกับทางมาเลเซียมาบ้างแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทรรศนะของมาเลเซียต่อรัฐบาลชุดนี้เป็นอย่างไร นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า คณะพูดคุยชุดใหม่ก็จะหารือต่อจากคณะเดิม เพราะระดับตัวบุคคลของทั้ง 2 ฝ่าย ก็มีการเปลี่ยนแปลงไป แต่ด้วยเหตุผลและสถานการณ์ต่างๆ ก็น่าจะมีความคืบหน้า ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย อยากให้การพูดคุยจบได้ และเกิดสันติสุขในช่วงรัฐบาลนี้ให้ได้ เพราะทำมาเกือบ 20 ปีแล้ว ซึ่งเสียชีวิตและทรัพย์สินงบประมาณไปเป็นจำนวนมาก และคิดว่าทุกฝ่ายก็อยากให้เกิดความสงบ
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวถึงความร่วมมือของ 2 ประเทศ ว่า รมว.เกษตรของมาเลเซีย จะเดินทางมาพบตนเป็นการส่วนตัว ซึ่งจะมีการพูดคุยถึงการพัฒนาด้านเกษตรร่วมกัน เพราะเขามองว่าประเทศไทยมีความเจริญทางด้านผลไม้ ผัก ปุ๋ย เนื้อวัว เนื้อไก่ ซึ่งดีกว่ามาเลเซีย ขณะที่มาเลเซียถือว่าเป็นตลาดใหญ่ของประเทศไทย จากนั้นจะนำนักธุรกิจทางด้านอาหารและเกษตร และรัฐมนตรีกระทรวงที่เกี่ยวข้องมาหารือในโอกาสต่อไป



