เรื่องราวนี้ถูกเปิดเผยผ่านชุมชนออนไลน์แห่งหนึ่งของเกาหลีใต้ โดยผู้เขียนกระทู้ระบุว่าเธอมีอาชีพเป็นข้าราชการ และกำลังเจอปัญหากลืนไม่เข้าคายไม่ออก จากการคุกคามพื้นที่ส่วนตัวโดยพ่อสามี เธอเล่าว่าในแต่ละวัน พ่อสามีจะส่งรูปถ่ายชีวิตประจำวัน ภาพเซลฟี่ และวิดีโองานอาสาสมัครของตัวเองเข้ามาไม่ต่ำกว่า 10 ถึง 30 ไฟล์ ซึ่งมีทั้งวิดีโอขนาดใหญ่ที่สร้างความรำคาญใจเป็นอย่างมาก

สิ่งที่ทำให้เธอทนไม่ไหวคือ พ่อสามีไม่เพียงแต่โพสต์ลงในกลุ่มแชตรวมของครอบครัว หรือกลุ่มญาติผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ยังจงใจส่งข้อความตรง (DM) เข้ามาในแชตส่วนตัวของเธอด้วย

เธอกล่าวอย่างท้อใจว่า “ขนาดพ่อแม่แท้ๆ ของฉัน ยังไม่เคยส่งข้อความจิกฉันขนาดนี้เลย ลองคิดกลับกันดูสิว่า ถ้าแม่ของฉันส่งรูปให้สามีฉันดูวันละ 30 รูปทุกวันบ้าง เขาจะรู้สึกยังไง?”

นอกเหนือจากข้อความแล้ว เธอยังต้องรอรับสายโทรศัพท์จากพ่อสามีแทบทุกวัน จนทำให้ชีวิตส่วนตัวเริ่มหมดความสงบสุข

เมื่อความอดทนเริ่มหมดลง ลูกสะใภ้รายนี้ได้นำเรื่องไปปรึกษาสามี เพื่อหวังให้เขาช่วยพูดคุยกับพ่อ ทว่าปฏิกิริยาของสามีกลับสร้างความผิดหวังให้เธออย่างรุนแรง เพราะสามีเลือกที่จะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว และบอกปัดง่ายๆ เพียงแค่ว่า “ให้ทำเป็นไม่สนใจไปซะ”

เธอกล่าวว่าคำแนะนำของสามีเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในความเป็นจริง เพราะในฐานะลูกสะใภ้ การตั้งใจเพิกเฉย หรือกดตัดสายโทรศัพท์ของพ่อสามี ถือเป็นเรื่องที่ไร้มารยาท และสร้างความอึดอัดใจให้เธอเป็นอย่างมาก โดยเธอยังตั้งข้อสังเกตว่า แม่สามีแทบจะไม่เคยทักมาหาเธอเลย มีเพียงพ่อสามีคนเดียวเท่านั้นที่มีพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจแบบนี้ตลอดเวลา

หลังจากกระทู้ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ โดยส่วนใหญ่ไม่ได้ตำหนิติเตียนตัวพ่อสามีโดยตรง แต่พุ่งเป้าไปที่ “พฤติกรรมของสามี” ที่ละเลยหน้าที่การเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ในครอบครัว

“ปัญหาไม่ได้อยู่ที่พ่อตา แต่อยู่ที่สามี ถ้าเขาไม่กล้าห้ามพ่อตัวเอง ก็ปล่อยให้เมียเอาเรื่องนี้ไปคุยกับพ่อแม่เมียบ้าง ดูสิว่าจะรู้สึกยังไง”

“บอกให้เพิกเฉยเนี่ยนะ? พูดง่ายแต่คนทำมันอึดอัด สามีคือสอบตกมาก”

“พ่อสามีอาจจะแค่เหงา หรือติดโซเชียลตามประสาคนแก่ แต่การส่งหาลูกสะใภ้ในแชตส่วนตัววันละ 30 รูป มันล้ำเส้นความพอดีไปไกลแล้ว”

ที่มาและภาพ : insight korea