สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. มีหนังสือถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรีลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 แสดงข้อสังเกตต่อโครงการ “เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืชด้วยการจัดการธาตุอาหารพืชแบบบูรณาการ เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีและเคมีเกษตร” ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วงเงินงบประมาณ 6,000 ล้านบาท และเตรียมเสนอใช้งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ซึ่ง สตง.เห็นว่าแม้จะระบุว่าโครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศ สนับสนุนการใช้ปุ๋ยชีวภาพและชีวภัณฑ์รวมถึงส่งเสริมเกษตรปลอดภัยและเกษตรคาร์บอนต่ำ แต่ยังมีประเด็นข้อสังเกตสำคัญหลายด้านที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบคือ
1.ความเสี่ยงที่โครงการไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การใช้งบกลางกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง พ.ศ.2561 เนื่องจากลักษณะโครงการเป็นภารกิจที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการอยู่แล้วเป็นประจำและสามารถวางแผนของบประมาณผ่านกระบวนการงบประมาณปกติได้
2.ความเสี่ยงด้านประสิทธิภาพและความคุ้มค่า เนื่องจากโครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินงานเพียง 4 เดือน แต่ต้องดำเนินกิจกรรมจำนวนมากทั้งการอบรม จัดทำแปลงสาธิต การจัดซื้อจัดจ้าง การผลิตและการกระจายปุ๋ยชีวภาพทั่วประเทศ ซึ่งอาจเสี่ยงต่อความล่าช้า คุณภาพและการใช้ประโยชน์ไม่เต็มประสิทธิภาพ
3.ความเสี่ยงเกี่ยวกับความสามารถในการบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ เนื่องจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกษตรกรเพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีจำเป็นต้องใช้เวลา รวมถึงอาจเกิดปัญหาความซ้ำซ้อนกับโครงการเดิมของหน่วยงานรัฐ และอาจไม่เกิดการกระจายงบประมาณอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
4.ความเสี่ยงด้านราคาและการแข่งขันอย่างเป็นธรรม จากการเร่งจัดหาปุ๋ยชีวภาพในปริมาณมากภายในระยะเวลาจำกัด ซึ่งอาจมีผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายที่สามารถรองรับความต้องการได้และอาจกระทบต่อการแข่งขันด้านราคา สตง.จึงได้มีการตั้งข้อสังเกตของโครงการพร้อมทั้งเสนอแนะให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์วางแผนและเสนอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณตามขั้นตอนปกติแทนการขอรับงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 ในส่วนของงบกลางรายการเงินสำรองรายจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น



