สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ว่าวิดีโอที่โพสต์โดยช่องยูทูบ “NASASpaceflight” ที่ถ่ายทอดสดการปล่อยจรวดจากฟลอริดา แสดงให้เห็นว่ายานจุดระเบิดบนแท่นปล่อยเวลาประมาณ 21.00 น. หรือประมาณ 08.00 น. ของวันที่ 29 พ.ค. ตามเวลาประเทศไทย ก่อนจะระเบิดเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งส่งเปลวไฟและควันจำนวนมหาศาลขึ้นไปในอากาศ
Blue Origin's New Glenn just blew up at LC-36 while attempting to Static Fire ahead of NG-4.https://t.co/tANS0dWyIH pic.twitter.com/PztxFoBqIw
— NSF – NASASpaceflight.com (@NASASpaceflight) May 29, 2026
บลู ออริจิน กล่าวผ่านเอ็กซ์ว่า พวกเขาประสบกับ “ความผิดปกติ” ระหว่างการทดสอบการจุดระเบิดเครื่องยนต์ (Hot-fire Test) ในวันนี้ อย่างไรก็ดี บุคลากรทุกคนปลอดภัยดี และบริษัทจะแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อทราบรายละเอียดมากขึ้น
We experienced an anomaly during today's hotfire test. All personnel have been accounted for. We will provide updates as we learn more.
— Blue Origin (@blueorigin) May 29, 2026
ด้านนายจาเร็ด ไอแซคแมน ผู้บริหารองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ (นาซา) กล่าวว่าหน่วยงานรับทราบเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว โดยเขากล่าวว่า การบินอวกาศนั้นอันตราย และการพัฒนาขีดความสามารถในการปล่อยจรวดขนาดใหญ่แบบใหม่นั้น ยากเป็นพิเศษ พร้อมเสริมว่า นาซาจะทำงานร่วมกับพันธมิตร เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบความผิดปกตินี้อย่างละเอียด รวมถึงประเมินผลกระทบต่อภารกิจในระยะสั้น และกลับมาปล่อยจรวดอีกครั้ง
Blue Origin rocket explodes during test, setback for bid to catch Musk's SpaceX https://t.co/aR3ghOH4Hq https://t.co/aR3ghOH4Hq
— Reuters (@Reuters) May 29, 2026
ไอแซคแมนเสริมว่า นาซาจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบใด ๆ ต่อโครงการอาร์ทิมิส-2 (Artemis II) และฐานบนดวงจันทร์
ในโพสต์แยกต่างหาก นายเจฟฟ์ เบโซส์ กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะทราบสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์นี้ โดยเขากล่าวว่า นี่เป็นวันที่ยากลำบากมาก แต่เราจะสร้างทุกอย่างที่ต้องสร้างใหม่ และกลับมาบินได้อีกครั้ง
All personnel are accounted for and safe. It’s too early to know the root cause but we’re already working to find it. Very rough day, but we’ll rebuild whatever needs rebuilding and get back to flying. It’s worth it.
— Jeff Bezos (@JeffBezos) May 29, 2026
ทั้งนี้ สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ (เอฟเอเอ) กล่าวว่า พวกเขาได้รับทราบเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว แต่เสริมว่า เหตุการณ์นั้นอยู่นอกเหนือขอบเขตความรับผิดชอบของเอฟเอเอ และไม่ส่งผลกระทบต่อการจราจรทางอากาศในภูมิภาค.
เครดิตภาพ : REUTERS



