สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ว่า ออสเตรเลียเก็บภาษีของรัฐบาลกลางประมาณ 1.50 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 34.97 บาท) ต่อบุหรี่หนึ่งมวน เพื่อลดการสูบบุหรี่ ส่งผลให้บุหรี่หนึ่งซองมีราคาสูงกว่า 60 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 1,396 บาท) ซึ่งนำไปสู่ปัญหาผลิตภัณฑ์ยาสูบผิดกฎหมายที่เพิ่มขึ้น
รัฐบาลวิกตอเรียกล่าวว่า หากกฎหมายใหม่นี้ผ่านการอนุมัติ จะทำให้ตำรวจ และหน่วยงานกำกับดูแลการออกใบอนุญาตยาสูบของรัฐ สามารถออกคำสั่งปิดกิจการ และขอคำสั่งศาล เพื่อปิดกิจการเป็นระยะเวลานานขึ้นได้
ธุรกิจที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง อาจต้องเผชิญกับค่าปรับมากกว่า 2.4 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 55.8 ล้านบาท) และจำคุกสูงสุด 20 ปี
Shops caught selling illegal tobacco in Victoria could soon have the doors slammed shut, under a new push to get on top of the trade. @HeidiMur #9News pic.twitter.com/Rz3jckUucz
— 9News Melbourne (@9NewsMelb) June 4, 2026
นายเอ็นเวอร์ เออร์โดกัน รมว.กาสิโน การพนัน และการควบคุมสุราของออสเตรเลีย ย้ำว่า การค้าบุหรี่ผิดกฎหมายเป็นอันตรายต่อชาวรัฐวิกตอเรีย เป็นแหล่งเงินทุนขององค์กรอาชญากรรม และจำเป็นต้องมีการประสานงานข้ามพรมแดน เพื่อกำจัดให้หมดสิ้นไป
กฎหมายฉบับนี้ออกมาพร้อมข้อมูลจากสำนักงานสถิติออสเตรเลีย (เอบีเอส) ที่แสดงให้เห็นว่า ปริมาณนิโคตินที่บริโภคทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 40% ระหว่างปี 2560-2568 ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของประชากรที่ 14% มาก
การเพิ่มขึ้นนี้เกิดจากการใช้บุหรี่ผิดกฎหมาย และบุหรี่ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โดยประมาณการว่า 80% ของบุหรี่ และผลิตภัณฑ์นิโคตินอื่น ๆ ที่ชาวออสเตรเลียบริโภคเมื่อปีที่แล้ว มาจากตลาดมืด.
เครดิตภาพ : REUTERS



