เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 69 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ทั้งนี้ในช่วงหารือเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน นายจีรเดช ศรีวิราช สส.พะเยา พรรคกล้าธรรม (กธ.) หารือถึงปัญหาเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนาไทย ว่า ปัจจุบันชาวนายังต้องเผชิญกับปัญหาต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์ราคาพลังงาน โดยเฉพาะราคาปุ๋ยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากเดิมกระสอบละประมาณ 800 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 1,500 บาท ขณะที่ค่าไถ ค่ายา และค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาพืชผลต่างปรับสูงขึ้น ส่งผลให้พี่น้องเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก

“เกษตรกรคือคนส่วนใหญ่ของประเทศ ก่อนการเลือกตั้ง ชาวนา ชาวไร่ มักถูกพูดถึงเป็นกลุ่มแรก แต่หลังการเลือกตั้งผ่านไปกลับกลายเป็นกลุ่มสุดท้ายที่ได้รับความสนใจ นโยบายที่เคยให้ความหวังไว้จำนวนมากจนถึงวันนี้ ยังไม่เห็นความชัดเจน เงินช่วยเหลือชาวนาที่เคยได้ไร่ละ 1,000 บาท ข้าวนาปรังยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ ข้าวนาปีก็ยังไม่มีความชัดเจน และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในปีนี้ที่ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นอย่างมาก หากต้องการให้พี่น้องชาวนาสามารถลืมตาอ้าปากได้ เงินสนับสนุนควรเริ่มต้นที่ไร่ละ 2,000 บาทขึ้นไป” นายจีรเดช กล่าว

นายจีรเดช กล่าวว่า ข้าวถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ เป็นรากฐานความมั่นคงของประเทศ สร้างมูลค่าการส่งออกปีละกว่าแสนล้านบาท แต่ปัจจุบันไทยสูญเสียความเป็นผู้นำการส่งออกข้าวของโลก โดยตกลงมาอยู่อันดับที่ 3 พรรคกล้าธรรม เตรียมผลักดันร่าง พ.ร.บ.ข้าวและชาวนาแห่งชาติ เพื่อทดแทน พ.ร.บ.ข้าวเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2489 ซึ่งแม้จะผ่านมาเกือบ 80 ปี แต่ปัญหาของชาวนาไทยยังคงไม่ได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน พรรคได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากเครือข่ายชาวนาทั่วประเทศ เพื่อนำมาจัดทำกฎหมายฉบับใหม่ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความมั่นคง และทำให้เกษตรกรชาวนาไทยมีอนาคตที่ยั่งยืนต่อไป