นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลัง เป็นประธานพิธีเปิด Kick off “โครงการประมงร่วมอาสาพาปลากลับบ้าน ประจำปี 2569” ภายใต้กิจกรรมฟื้นฟูและบริหารจัดการทรัพยากรประมงในแหล่งน้ำสำคัญ บริเวณ ต.เหล่าปอแดง อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรประมงในแหล่งน้ำหนองหาร เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับการอนุรักษ์ทรัพยากรประมงในพื้นที่รวมถึงคุณภาพชีวิตให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและชาวประมง โดยมุ่งสร้างความมั่นคงด้านอาหาร ควบคู่กับการเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่
ทั้งนี้ โครงการประมงร่วมอาสาพาปลากลับบ้านในครั้งนี้ ถือเป็นการขับเคลื่อนงานตามนโยบาย “BLUE TRANSFORMATION พลิกโฉมประมงไทยสู่ความยั่งยืน” ในมิติ B : Biodiversity & Balance ที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจประมงกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำและเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการทรัพยากรประมงท้องถิ่นของตนเอง โดยการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกลับคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ไม่เพียงช่วยเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำในระบบนิเวศ แต่ยังเป็นการฟื้นฟูความสมบูรณ์ของทรัพยากร สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้ชุมชน ลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และส่งต่อทรัพยากรอันมีคุณค่าให้คนรุ่นต่อไป
สำหรับพื้นที่ “หนองหาร” เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ และใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครอบคลุมพื้นที่ 77,016 ไร่ ใน 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง และอำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร มีประชากรที่ทำประมง รวม 870 ราย และยึดการทำประมงเป็นอาชีพหลัก 160 ราย แต่จากสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงไป ทั้งจากการดำเนินโครงการพัฒนาลุ่มน้ำและการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางทางน้ำ ส่งผลกระทบต่อแหล่งสืบพันธุ์วางไข่และอนุบาลสัตว์น้ำ อีกทั้งกลุ่มปลาที่มีการอพยพย้ายถิ่นเพื่อการผสมพันธุ์วางไข่ไม่สามารถอพยพไปยังแหล่งต้นน้ำได้ ทำให้ทรัพยากรสัตว์น้ำมีแนวโน้มลดลง จึงได้มอบหมายให้กรมประมงเดินหน้า “โครงการประมงร่วมอาสาพาปลากลับบ้าน” ในปี 2569 เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวประมงและประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม



