ความยั่งยืนได้กลายเป็นวาระสำคัญของทุกภาคส่วน รวมถึงอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งกำลังเร่งปรับตัวเพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการดูแลสิ่งแวดล้อม สำหรับ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงเป้าหมายในอนาคต แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการดำเนินธุรกิจในทุกมิติ ภายใต้วิสัยทัศน์ “ผู้นำธุรกิจการบินอย่างรับผิดชอบ ส่งมอบการบริการที่ยั่งยืน”
ภายใต้แคมเปญ Low Carbon Skies by Bangkok Airways ที่มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่ชุมชน สังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผ่านกรอบการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG)
จากเกาะสมุยสู่จังหวัดตราด จากแปลงผักสวนครัวภายในองค์กรสู่ท้องฟ้าโลว์คาร์บอน บางกอกแอร์เวย์สได้ถ่ายทอดแนวความคิดดังกล่าวผ่าน “4” ปลูก “1” เปลี่ยน ซึ่งประกอบด้วย 5 โครงการสำคัญที่สะท้อนการสร้างระบบนิเวศแห่งความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเชื่อมโยงธุรกิจการบิน สนามบิน ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างสมดุลในระยะยาว

“4 ปลูก” ฟื้นฟูระบบนิเวศ
ธรรมชาติถือเป็นกลไกสำคัญในการดูดซับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การฟื้นฟูและอนุรักษ์ระบบนิเวศจึงเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขณะเดียวกันส่งเสริมคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ และความเข้มแข็งของชุมชนในพื้นที่
มะพร้าวถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเกาะสมุย และเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชุมชนเพื่อสืบสานความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน บางกอกแอร์เวย์สจึงดำเนินโครงการ “Love Earth, Save Earth: Love Samui, Save the Coconut Tree” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 เพื่อร่วมฟื้นฟูระบบนิเวศ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และอนุรักษ์อัตลักษณ์ของเกาะสมุย
บางกอกแอร์เวย์สได้ติดตามการเจริญเติบโตของต้นมะพร้าว โดยคาดว่าเมื่อต้นมะพร้าวโตเต็มที่จะช่วยกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 8,216 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO₂e) นอกจากประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว โครงการฯ ยังมีส่วนช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และรักษาเอกลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวระดับโลกแห่งนี้ให้คงอยู่ตลอดไป

“ปลูก” หญ้าทะเล คืนสมดุลให้ท้องทะเล
นอกจากผืนดินแล้ว ระบบนิเวศทางทะเลยังมีบทบาทสำคัญในการดูดซับคาร์บอน โดยเฉพาะ “หญ้าทะเล” ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในระบบนิเวศ Blue Carbon ที่มีประสิทธิภาพสูงในการกักเก็บคาร์บอนตามธรรมชาติ
บางกอกแอร์เวย์สโดยกลุ่มพนักงานจิตอาสา “Blue Volunteers” ได้ร่วมกับศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ดำเนินกิจกรรมปลูกหญ้าทะเล โดยร่วมปลูกกล้าหญ้าคาทะเลจำนวนกว่า 13,000 ต้น ครอบคลุมพื้นที่กว่า 10 ไร่

โครงการดังกล่าวช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง เพิ่มแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน ยกระดับความหลากหลายทางชีวภาพ และเพิ่มศักยภาพในการดูดซับคาร์บอนของธรรมชาติ สะท้อนเจตนารมณ์ในการ “ส่งต่อความรักสู่ผืนทะเล” เพื่อสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่เกาะสมุยและชุมชนโดยรอบ

ป่าชายเลน คืนความอุดมสมบูรณ์ให้ชายฝั่ง
อีกหนึ่งระบบนิเวศที่มีความสำคัญต่อการรักษาสมดุลทางธรรมชาติ คือ ป่าชายเลน ซึ่งทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันชายฝั่ง แหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ และพื้นที่กักเก็บคาร์บอนที่สำคัญบางกอกแอร์เวย์สดำเนินโครงการ “รักษ์โลก ร่วมปลูกป่าชายเลน กับบางกอกแอร์เวย์ส” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ในพื้นที่จังหวัดตราด ผ่านกิจกรรมตามแนวคิด “ปลูก-ปัก-ปา-ปล่อย” โดยร่วมปลูกพันธุ์ไม้ชายเลนหลากหลายชนิด ปักกล้าไม้เพิ่มเติมในพื้นที่ชายฝั่ง ปาเมล็ดพันธุ์ไม้ท้องถิ่น และปล่อยสัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ
กิจกรรมดังกล่าวมีส่วนช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างความสมดุลให้แก่ทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว ควบคู่ไปกับการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนและพนักงานในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

สวนผัก สร้างคุณค่าจากเศษอาหาร
ความยั่งยืนเริ่มต้นจากภายในองค์กร บางกอกแอร์เวย์สจึงริเริ่มโครงการ “GROW Together Farm” โดยนำเศษอาหารจากสำนักงานใหญ่และห้องรับรองผู้โดยสารเข้าสู่กระบวนการย่อยสลายด้วยเครื่องจัดการขยะอินทรีย์ ก่อนแปรรูปเป็นปุ๋ยออร์แกนิกและกลับมาใช้ในการปลูกพืชผักสวนครัวภายในองค์
พนักงานได้ร่วมกันปลูกผักหลากหลายชนิด อาทิ โหระพา กะเพรา คะน้า ผักชี กวางตุ้ง ผักชีฝรั่ง ผักกาดเขียวปลี และผักบุ้งจีน ด้วยตนเอง สะท้อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มุ่งใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดปริมาณขยะอาหารที่ต้องนำไปฝังกลบ และสร้างวัฒนธรรมความยั่งยืนองค์กรผ่านการมีส่วนร่วมของพนักงานในทุกระดับ

“เปลี่ยน”สู่ SAF พลังงานเชื้อเพลิงแห่งความยั่งยืน
การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการปฏิบัติการบิน ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญขององค์กร บางกอกแอร์เวย์สจึงเดินหน้าสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel) หรือ SAF ในเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ โดยเริ่มอย่างเป็นทางการตั้งแต่กรกฎาคม ปี 2568
SAF เป็นเชื้อเพลิงที่ผลิตจากวัตถุดิบชีวภาพและของเสียที่สามารถนำกลับมาผ่านกระบวนการเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไปได้ เช่น น้ำมันที่ใช้แล้วจากการประกอบอาหาร ของวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดยปัจจุบันบางกอกแอร์เวย์สใช้ SAF ในสัดส่วน 1% ผสมกับเชื้อเพลิงอากาศยาน Jet A-1 สัดส่วน 99 %
การใช้เชื้อเพลิง SAF สามารถช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยประมาณ 128 กิโลกรัมต่อเที่ยวบิน นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมการบินคาร์บอนต่ำ และสอดคล้องกับเป้าหมายของอุตสาหกรรมการบินโลก ในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในอนาคต
ทั้ง 5 โครงการ ภายใต้แนวคิด 4 ปลูก 1 เปลี่ยน ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม หากยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศความยั่งยืนที่บางกอกแอร์เวย์สสร้างขึ้น ผ่านการเชื่อมโยงธุรกิจการบิน สนามบิน ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน



