เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2569 ที่เมืองคาซาน ประเทศรัสเซีย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ ที่ประเทศรัสเซีย ว่า วัตถุประสงค์หลักของการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ เป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับรัสเซีย โดยเป็นการพูดคุยถึงความสัมพันธ์ที่ผ่านมา และในอนาคตจะสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ความเป็นหุ้นส่วนได้อย่างไร ทั้งนี้รัสเซียเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงในภูมิภาค และรัสเซียให้ความสำคัญกับอาเซียนที่ถือเป็นแกนกลางของสันติภาพ และความมั่นคงในภูมิภาค

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า การที่นายกรัฐมนตรีหารือกับภาคเอกชน ทำให้เห็นว่าด้านเศรษฐกิจ ประเทศไทยยังดำเนินการน้อยไป ซึ่งน้อยกว่าศักยภาพทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการกีดกันทางการค้า แต่หากสถานการณ์ระหว่างรัสเซียกับยูเครนคลี่คลาย ตนเชื่อว่าจะมีลู่ทางที่ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายร่วมมือกันในด้านการค้าและการลงทุนมากขึ้น เพราะขณะนี้การค้าระหว่างไทยกับรัสเซียอยู่ที่ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น การที่นายกรัฐมนตรีได้พบกับบริษัทของไทยในรัสเซีย อย่าง บริษัท CPF Russia จำกัด ซึ่งเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ในธุรกิจอาหารในรัสเซีย และเป็นผู้ผลิตอันดับ 5 ของรัสเซีย รวมถึง บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชุดกีฬา และขณะนี้ทีมฟุตบอลในรัสเซียใช้ชุดกีฬาของบริษัทนี้ จึงทำให้ไทยต้องการมาขยายการลงทุนในรัสเซียเพิ่ม

นอกจากนี้ ไทยยังอยากเพิ่มความร่วมมือกับรัสเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องพลังงาน อวกาศ ไอที วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และความมั่นคงทางไซเบอร์ จึงเชื่อว่าการที่ระดับผู้นำได้มาเจอกัน รวมถึงการพบปะภาคเอกชน จะนำไปสู่การเยือน และพบปะในระดับต่างๆ ตามมา และเกิดความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนมากยิ่งขึ้น โดยเอกชนควรพบปะกันให้มากขึ้นด้วย เพื่อให้ทุกอย่างขับเคลื่อนไปได้พร้อมกัน

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ขณะที่เรื่องพลังงาน รัสเซียอยากขายพลังงาน น้ำมัน และก๊าซให้กับประเทศในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น รวมถึงกรณีของปุ๋ยที่ขณะนี้ประเทศไทยมีความต้องการสูง แต่การจะซื้อขายกับรัสเซียขณะนี้ เราต้องคำนึงถึงมาตรการกีดกันทางการค้า แม้ยังสามารถทำการค้าขายระหว่างกันได้ตามช่องทางต่างๆ แต่บริษัทของไทยยังกังวลเรื่องมาตรการกีดกันทางการค้า จึงอยากให้มองในอนาคตด้วยว่ารัสเซียก็มีศักยภาพ

เมื่อถามว่าจะใช้การทูตเชิงรุกช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องนี้อย่างไร นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากการเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ และการพบหารือระหว่างผู้นำทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว เราจะพยายามขับเคลื่อนในมิติใหม่ หรือ ขยายความสัมพันธ์ทางการค้า ซึ่งการที่ผู้นำได้เจอกันก็คงมีอะไรที่ตามมา อาทิ การจัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไทย-รัสเซีย ในเดือน ส.ค. นี้ เพื่อหารือถึงภาพรวมของความร่วมมือทั้งหมด และการเสริมสร้างโอกาส อีกทั้ง นายกรัฐมนตรีจะเดินทางเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ด้วย ซึ่งจะทำให้มีความก้าวหน้าไปอีกระดับหนึ่ง.