เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่รัฐสภา น.ส.ภัสริน รามวงศ์ สส.พรรคประชาชน และคณะ ร่วมแถลงข่าวเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. …. ที่เสนอโดยพรรคประชาชน
น.ส.ภัสริน รามวงศ์ กล่าวว่า เพื่อแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ความรุนแรงเป็นสิ่งที่สังคมไทยไม่อาจยอมรับได้ วันนี้พรรคประชาชนจึงขอเสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ทั้งนี้ สถิติที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นว่า กฎหมายปัจจุบันยังไม่สามารถคุ้มครองผู้ถูกกระทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากความรุนแรงในครอบครัวจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลปีละนับหมื่นราย แต่จำนวนคดีที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมกลับมีเพียงไม่กี่ร้อยคดี ขณะที่การออกคำสั่งคุ้มครองผู้เสียหายก็เกิดขึ้นน้อยมากเมื่อเทียบกับขนาดของปัญหา
สาเหตุสำคัญ คือ กฎหมายเดิมยังให้ความสำคัญกับการรักษาสถานะของครอบครัวมากกว่าการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ถูกกระทำ มีการเน้นการไกล่เกลี่ยและประนีประนอม ขณะที่มาตรการคุ้มครองและเยียวยายังไม่เพียงพอ รวมถึงยังไม่เข้าใจผลกระทบทางจิตใจที่ผู้ถูกกระทำต้องเผชิญจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ร่างกฎหมายของพรรคประชาชน จึงมุ่งปรับแนวคิดครั้งสำคัญ โดยยึดผู้ถูกกระทำเป็นศูนย์กลาง เพิ่มมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน ให้อำนาจในการออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเพื่อสร้างความปลอดภัยทันที จัดให้มีระบบดูแลและติดตามอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำซ้ำในระยะยาว โดยเป้าหมายของร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่เพียงการลงโทษผู้กระทำผิด แต่คือการสร้างสังคมที่ผู้ถูกกระทำสามารถเข้าถึงความปลอดภัย ความยุติธรรม และการเยียวยาได้อย่างแท้จริง จึงเรียกร้องขอให้สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกันพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ เพื่อยืนยันร่วมกันว่า ความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่เรื่องปกติ และไม่ใช่สิ่งที่สังคมไทยจะยอมรับได้อีกต่อไป
นายเอกราช อุดมอำนวย กล่าวว่า ขอฝากไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎรและวิปรัฐบาล ให้เร่งรัดการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งขณะนี้มีทั้งร่างของภาคประชาชนที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 และบรรจุอยู่ในระเบียบวาระแล้ว รวมถึงร่างที่พรรคประชาชนได้ยื่นเข้าสู่สภาเป็นที่เรียบร้อย จึงคาดหวังว่าจะมีการนำทั้งสองร่างเข้าสู่การพิจารณาภายในสมัยประชุมนี้ เนื่องจากความรุนแรงในครอบครัวเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย และทุกครอบครัว ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบุคคลหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หากเราสามารถผลักดันกฎหมายที่คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะเป็นก้าวสำคัญในการลดความรุนแรงตั้งแต่ระดับครอบครัว และไม่ปล่อยให้ปัญหาลุกลามไปสู่ระดับสังคมและประเทศชาติ ภาคประชาชนกำลังรอคอยการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ จึงขอเรียกร้องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาลให้ความสำคัญ เร่งบรรจุและพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในสมัยประชุมนี้.



