เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 29 มิ.ย. 69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย สั่งการให้นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุวางระเบิดภายในบริเวณปั๊มน้ำมัน PT สาขาถนนสาย 15 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา จ.ยะลา เพื่อติดตามสถานการณ์ พร้อมให้กำลังใจเจ้าของกิจการและประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า จากเหตุกรณีกลุ่มชายฉกรรจ์แต่งกายชุดสีดำประมาณ 4 คน ใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน ก่อเหตุวางระเบิดภายในปั๊มน้ำมัน PT สาขาถนนสาย 15 ตำบลสะเตง อ.เมืองยะลา จ.ยะลา เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของคืนที่ผ่านมา (28 มิ.ย. 69) ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจถวายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในฐานะรัฐมนตรีเกียรติยศ ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้รับทราบเรื่องดังกล่าว และสั่งการด่วนให้ตน พร้อมด้วยแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ฝ่ายปกครอง และฝ่ายความมั่นคง เร่งลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ และให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุดังกล่าว แม้ว่าจะไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่มูลค่าความเสียหาย รวมถึงขวัญกำลังใจของประชาชนในพื้นที่ เป็นสิ่งที่รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ไม่ปล่อยให้ผู้ก่อเหตุลอยนวลหรือลักลอบกระทำการเช่นนี้อีก

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ได้กำชับให้หน่วยที่เกี่ยวข้องปฏิบัติการข่าว เพื่อเร่งจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะเดียวกัน สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น ทราบว่าเจ้าของกิจการปั๊มน้ำมันมีประกันวินาศภัย และทางพลังงานจังหวัดจะเร่งดำเนินการให้สามารถให้บริการน้ำมันได้โดยเร็ว คาดว่าใช้เวลาภายใน 1 เดือน และทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด จะดำเนินการเยียวยาประชาชนที่เป็นแรงงานพนักงานปั๊มในช่วงที่ไม่ได้ทำงาน รวมถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง บูรณาการดูแลทุกด้าน เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติโดยเร็ว

นายอรรษิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในขณะนี้ ตำรวจชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) ร่วมกับตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ได้เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุแล้วพบว่า คนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม ซุกซ่อนภายในถังดับเพลิง จุดชนวนด้วยระบบรีโมตคอนโทรล แต่ระเบิดทำงานเพียง 1 ลูก ส่วนอีก 1 ลูก ไม่ทำงาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บกู้และทำลายได้อย่างปลอดภัย ก่อนส่งมอบชิ้นส่วนและพยานหลักฐานให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และตรวจหาอัตลักษณ์บุคคลใช้เป็นหลักฐานควบคู่ปฏิบัติการข่าวเพื่อติดตามผู้ก่อเหตุต่อไป

“ขอให้ความเชื่อมั่นกับพี่น้องประชาชน และผู้ประกอบการว่า รัฐบาล กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะเร่งบูรณาการหาตัวผู้กระทำความผิดมารับโทษตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งยกระดับมาตรการการดูแลความปลอดภัยเข้มข้น” นายอรรษิษฐ์ กล่าว