สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า ตัดสินใจเดินทางออกจากตุรกี หลังเสร็จสิ้นการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) ที่กรุงอังการา ด้วยการใช้เครื่องบินประจำตำแหน่ง แอร์ ฟอร์ซ วัน ลำเดิมซึ่งเป็นการเปลี่ยนแผนการเดินทาง “อย่างฉับพลัน” แทนการใช้เครื่องบินลำใหม่ที่ได้รับจากกาตาร์ และเพิ่งเปิดตัวอย่างอลังการไปเมื่อไม่นานมานี้
President Trump switches planes in the U.K. on his return to Washington after the NATO Summit, disembarking the older Air Force One and boarding the newer Boeing 747 gifted by Qatar and refurbished for presidential use.
— Fox News (@FoxNews) July 9, 2026
In a Truth Social post, Trump said he initially flew the… pic.twitter.com/cXsuhWyCLK
ทรัมป์ให้เหตุผลว่า “เพื่อรำลึกถึงวันเก่า ๆ”และเปิดเผยว่า แอร์ ฟอร์ซ วัน ลำใหม่ ที่ใช้โดยสารขามา จะไปจอดชั่วคราวที่ฐานทัพอากาศมิลเดนฮอลล์ ในสหราชอาณาจักร และฐานทัพอีก 2-3 แห่งในยุโรป เพื่อเปิดโอกาสให้ทหารอเมริกันที่ประจำการในยุโรปได้เข้าชม
"Were you aware of any credible threat by Iran against Air Force One?"@POTUS: "I have a threat all the time. I'm number one on their list, before you — but if I go, you go, right? So perhaps some of you want to change professions." ???? pic.twitter.com/5VlZBBySwx
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) July 9, 2026
เมื่อผู้สื่อข่าวซักถามว่า การเปลี่ยนเครื่องบิน “อย่างกะทันหัน” มีสาเหตุมาจากความกังวลว่าจะถูกลอบสังหารหรือไม่ ทรัมป์ไม่ได้ตอบโดยตรง แต่ยอมรับว่ามีความเป็นไปได้ เนื่องจาก “มีชื่อเป็นหมายเลขหนึ่งอยู่ในบัญชีของอิหร่าน” แม้ยืนยันด้วยว่า “ไม่ใส่ใจกับเรื่องนี้”
ทั้งนี้ การรับมอบเครื่องบินจากกาตาร์ ทำให้ทรัมป์เผชิญกับข้อครหาอย่างกว้างขวาง เกี่ยวกับความเหมาะสม และการปรับปรุงจำเป็นต้องติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัย ระบบสื่อสารป้องกันการดักฟัง และระบบป้องกันขีปนาวุธ ซึ่งใช้งบประมาณจำนวนมาก
ขณะที่กองทัพอากาศสหรัฐยืนยันว่า เครื่องบินลำดังกล่าวผ่านการประเมินตามมาตรฐานสำหรับการใช้งานของประธานาธิบดีทุกประการ นอกจากนี้ เครื่องบินที่กาตาร์มอบให้นั้น ทำหน้าที่เป็นเครื่องบินชั่วคราว ระหว่างที่บริษัทโบอิ้งพัฒนาเครื่องบินสำหรับประธานาธิบดีสหรัฐรุ่นใหม่ 2 ลำ ซึ่งเป็นเครื่องบินโบอิ้ง 747-8 ภายใต้สัญญามูลค่า 3,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 130,603.20 ล้านบาท ) ที่ลงนามเมื่อปี 2561
อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวล่าช้ากว่ากำหนดแล้วประมาณ 4 ปี และคาดว่าจะส่งมอบได้ไม่เร็วกว่ากลางปี 2571 ซึ่งอาจทำให้ทรัมป์ที่จะหมดวาระในเดือน ม.ค. 2572 โดยยังไม่ได้ใช้งานเครื่องบินประธานาธิบดีรุ่นใหม่ที่ผลิตในสหรัฐ ขณะที่ต้นทุนของโครงการเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 167,440 ล้านบาท ).
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



