สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ว่า ศูนย์ภูมิอากาศแห่งชาติของจีนคาดการณ์ว่า จะมีพายุไต้ฝุ่นก่อตัวขึ้นมากถึง 6 ลูกในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในเดือน ก.ค. นี้ ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยที่ 3.8 ลูก และในจำนวนนี้อาจมีพายุขึ้นฝั่งมากถึง 3 ลูก ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ 1.8 ลูก ขณะที่ความรุนแรงของพายุไซโคลนก็จะสูงขึ้นด้วย

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กำลังทำให้จีนเผชิญกับภัยพิบัติทางสภาพอากาศที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยปีนี้เป็นปีที่น่าเป็นห่วงเป็นพิเศษ เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญจะมาเยือน ซึ่งอาจทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น และก่อให้เกิดพายุไต้ฝุ่นที่รุนแรงขึ้น

จีนกำลังเตรียมรับมือกับซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ในวันเสาร์ (11 ก.ค.) ซึ่งเป็นพายุหมุนเขตร้อนลูกที่ 2 ที่พัดเข้ามาในรอบสัปดาห์ โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 1,000 กิโลเมตร โดยก่อนหน้านี้ ได้พัดขึ้นฝั่งที่เกาะโรตา ทางใต้สุดของหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา ในมหาสมุทรแปซิฟิก เมื่อวันจันทร์ (6 ก.ค.) ด้วยความเร็วลมเกิน 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

นายเบนจามิน ฮอร์ตัน คณบดีคณะพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยซิตีฮ่องกง เตือนว่า ปัญหาของเหตุการณ์เหล่านี้มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ความรุนแรงจะเพิ่มขึ้น และไม่มีเวลาให้ฟื้นตัวหรือปรับตัวได้

นอกจากนั้น พายุไซโคลนจะรุนแรง และเกิดขึ้นบ่อยขึ้นในปลายปีนี้ ซึ่งจะทำให้เกิดฝนตกหนักอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ที่จะนำไปสู่น้ำท่วม ดินถล่ม พืชผลเสียหาย และการสูญเสียชีวิต

ด้านนายฮุย ซู ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกง กล่าวว่า ผลกระทบรุนแรงจากพายุไต้ฝุ่นไมสัก และภัยคุกคามจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ที่กำลังจะเกิดขึ้น บ่งชี้ว่าฤดูกาลปี 2569 จะรุนแรงและสร้างความเสียหายมากกว่าปกติ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS