สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ว่า คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ซึ่งเป็นองค์กรฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรป (อีย ) สั่งปรับอาลีเอ็กซ์เพรส ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเครืออาลีบาบา เป็นเงิน 550 ล้านยูโร (ราว 21,147.50 ล้านบาท) ซึ่งเป็นค่าปรับสูงสุดภายใต้กฎหมายบริการดิจิทัล ฐานไม่สามารถควบคุมการจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมาย สินค้าไม่ปลอดภัย และสินค้าปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แถลงการณ์ของอีซีระบุว่า อาลีเอ็กซ์เพรสประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าความเป็นจริง มีระบบตรวจจับและลบสินค้าผิดกฎหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพ รวมถึงระบบแนะนำสินค้าและโฆษณาที่เอื้อต่อการเผยแพร่สินค้าผิดกฎหมาย ส่งผลให้สินค้าปลอม ของเล่นที่ไม่ปลอดภัย และเครื่องสำอางอันตราย ยังคงวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์มเป็นเวลานาน
We've fined AliExpress €550 million for breaching its obligations under the Digital Services Act.
— European Commission (@EU_Commission) July 20, 2026
The company failed to assess and mitigate risks related to the sale of illegal, unsafe, or counterfeit products on its e-commerce platform.
Read more: https://t.co/GlUnr6XYnq pic.twitter.com/do058gIiPo
นอกจากนี้ ระบบลงโทษผู้ขายและระบบ “การรับรองแบรนด์” เพื่อป้องกันสินค้าปลอม ยังไม่มีประสิทธิภาพและสามารถหลีกเลี่ยงได้ง่าย ขณะที่อียูเตือนว่า หากมาตรการแก้ไขของบริษัทไม่เป็นไปตามข้อกำหนด อาจมีบทลงโทษเพิ่มเติมในช่วงปลายปีนี้
ด้านนางเฮนนา เวียร์คูเนน กรรมาธิการด้านเทคโนโลยีของอียู กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคและไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมเปิดเผยว่า อาลีเอ็กซ์เพรสมีผู้ใช้งานในยุโรปราว 193 ล้านคน มากกว่าชีอินและเทมู
ทั้งนี้ ค่าปรับครั้งนี้สูงกว่าค่าปรับ 120 ล้านยูโร (ราว 4,614 ล้านบาท) ที่อียูเรียกเก็บจากแพลตฟอร์มเอ็กซ์ และ 200 ล้านยูโร (ราว 7,690 ล้านบาท) ที่เรียกเก็บจากเทมู จากการละเมิดกฎหมายเดียวกัน โดยอีซีระบุว่า หากไม่คำนึงถึงการที่กฎหมายดังกล่าวเพิ่งมีผลบังคับใช้ ค่าปรับอาจสูงถึง 6% ของรายได้รวมทั่วโลกต่อปีของบริษัท.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



