เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นปี 2568 ในวันที่ 23 ก.ค. นี้ จะไปเป็นประธานการประชุม คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก กลาง) ด้วยตัวเองหรือไม่ ว่า เขามีขั้นตอนอยู่แล้วตรงนี้ เราไปก้าวก่ายไม่ได้ ส่วนจะไปเป็นประธานเองหรือไม่นั้น คงต้องดูเอกสาร หากมีเอกสารอะไรมา จะพิจารณาจากเอกสาร และมติของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นอย่างเป็นทางการ แต่ปกติตั้งแต่เข้ามา มอบให้ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ดูแล
เมื่อถามว่านายอนุทินเคยบอกว่าจะเป็นประธานการประชุม ก กลาง เองวันที่ 23 ก.ค. นายกฯ กล่าวว่า ถ้ามีปัญหา แต่รู้สึกว่าตอนนี้เริ่มกระจ่างในหลายเรื่อง ก็ปล่อยให้เป็นตามกระบวนการ ทุกอย่างจะได้ถูกดำเนินการด้วยความโปร่งใสยุติธรรม ยึดข้อกฎหมายเป็นหลักไม่มีการเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงใดๆ
เมื่อถามต่อว่ามีการตั้งข้อสังเกต มติของ กสถ. สามารถยกเลิกหรือเพิกถอนข้าราชการท้องถิ่นที่มีปัญหาได้เลยโดยไม่ต้องรอมติ ก กลาง ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตรงนี้คนหนึ่งก็พูดอย่าง อีกคนก็พูดอย่าง ก็ต้องให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ปรึกษาเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งแต่ละคณะกรรมการ ก็ต้องดำเนินการทุกอย่างไปสุดซอยก่อน การตีความ เป็นเรื่องของคนที่ได้รับผลกระทบ ถ้าเขาไม่พอใจ ก็ใช้สิทธิที่จะเรียกร้อง ร้องเรียนอุทธรณ์ ก็ว่ากันไป
เมื่อถามอีกว่าจะไม่นับคะแนนกันใหม่แล้วใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า รายละเอียดทั้งหมดอยู่ที่ กสถ. และ ก กลาง
เมื่อถามย้ำว่าตัวการใหญ่ที่ดำเนินการเรื่องนี้ มีมากกว่าที่ถูกจับกุมไปแล้ว 3 คนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้มีการสืบสวนสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง มีการแจ้งความเพิ่มโดย กสถ. และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ก็ได้แจ้งความในฐานะผู้เสียหาย และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ทำเรื่องนี้ และประสานงานกับตำรวจอยู่ ดังนั้นประชาชนไม่ต้องกังวลเลย เพราะหน่วยงานที่ติดตามเรื่องนี้ เพื่อเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ ก่อให้เกิดความเป็นธรรมเกิดขึ้น และเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ทำงานกันแบบเต็มที่ เพราะถือว่าทุกคนมีพื้นฐาน ความเป็นข้าราชการ ก็รู้สึกแย่ที่มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น
เมื่อถามอีกว่า จะอธิบายสังคมอย่างไร เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกคนพุ่งเป้าไปที่นักการเมืองและพรรคการเมือง นายกฯ กล่าวว่า นี่คือรัฐบาล ไม่ใช่พรรคการเมือง ข้อสั่งการที่รัฐบาลได้แจ้งไปยังทุกหน่วยงาน ต้องไม่มีเรื่องการทุจริต รัฐบาลไม่สามารถให้มีข้าราชการเพิ่มใหม่เข้ามา ด้วยการสอบที่ทุจริต ด้วยสอบตกแล้วเป็นสอบได้ สอบได้เป็นสอบตกไม่ได้ สอบได้ก็ต้องได้ เขาอุตส่าห์เขียนทีโออาร์แล้วว่าคะแนนต้องเป็นตามลำดับ แล้วคนสอบตก จะไปแย้งคนที่สอบได้ได้อย่างไร ต้องอธิบายด้วยการกระทำ ด้วยการสนับสนุนให้ทุกหน่วยงานดำเนินการกับคนที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเต็มที่
เมื่อถามด้วยว่า จะสาวถึงตัวการใหญ่ได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มันถึงใครก็ถึงคนนั้น สาวถึงใครก็ต้องโดน อย่างที่บอก ป.ป.ช. ตำรวจ และหน่วยงานตรวจสอบ ป.ป.ท. และยังมีคณะของนายปกรณ์ แต่ละคนเชื่อว่ามีความชำนาญในการดำเนินคดีสืบสวนสอบสวนอยู่แล้ว
เมื่อถามด้วยว่าการตรวจสอบเส้นเงิน หลายคนบอกว่ายังไปไม่ถึงไหนจะชี้แจงประชาชนอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ถึงคนไหนก็คนนั้น ไม่ต้องห่วงรัฐมนตรี เดี๋ยวนี้กล้ากระทำผิดหรือไม่
เมื่อถามย้ำว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จะเข้ามาตรวจสอบด้วยหรือไม่ เพราะทาง ปปง. บอกว่ายังไม่มีใครสั่งการ นายกฯ กล่าวว่า ต้องสั่งด้วยหรือ เขามีหน้าที่ตรวจ หากมีพฤติกรรมอะไรเกิดขึ้น เช่น หากสื่อนำเงินเข้าบัญชีธนาคารตัวเอง วันละ 5 แสนบาท 10 วันติดต่อกัน เดี๋ยวชื่อก็โผล่ที่ ปปง. เอง มันไม่ต้องสั่ง เป็นหน้าที่ที่เขาต้องดำเนินการเองอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงกรณีนายไทกร พลสุวรรณ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง บอกว่ามีเส้นเงินไปถึงรัฐมนตรีตึกสีขาว ได้ตรวจสอบเรื่องนี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า จะตึกสีขาวตึกสีครีม ถ้าไปถึง สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมแค่นั้นเอง



